<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>HotGolf Shop</title>
	<atom:link href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 May 2023 09:34:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.4.16</generator>
	<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : Scotty Cameron Super Select</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7359/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Komkrich]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 09:34:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=7359</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พัตเตอร์” นี่ต้องว่าเป็นเรื่องของฟีลลิ่งจริงๆ นักกอล์ฟหลายคนแทบไม่เปลี่ยนพัตเตอร์เลยตลอดชีวิตการเล่นกอล์ฟ เพราะมีอันที่เข้ามือ และมั่นใจมากอยู่แล้ว แต่ในฐานะนักพัฒนา แบรนด์ต่างๆ ย่อมต้องพยายามคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใส่ในพัตเตอร์ของตัวเอง เพื่อให้เป็นพัตเตอร์ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น และสร้างความมั่นใจให้นักกอล์ฟมากขึ้น เหมือนอย่างรุ่นที่ HotGolf ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ นั่นคือ Scotty Cameron “Super Select” Super Select เป็นผลงานล่าสุดของ Scotty ในฝั่งโมเดลเบลดแบบคลาสสิค ที่แม้โมเดลย่อยอย่าง Newport 2 จะขึ้นหิ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หน้าที่ของ Scotty คือต้องทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม นั่นจึงกลายมาเป็นการยกระดับครั้งสำคัญในคราวนี้ โดยเฉพาะกับการเพิ่มโมเดล Plus เข้ามาเสริมเป็นครั้งแรก จาก Newport มีเพิ่ม Newport Plus เข้ามาเสริม หรืออย่าง Newport 2 ก็มี Newport 2 Plus เข้ามาเสริม เมื่อเทียบกับฝั่ง Phantom X ที่ Scotty แทบไม่มีข้อจำกัดเลยในการออกแบบ[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7359/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Scotty Cameron Super Select</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-27214" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/06/Scotty-Cameron-Super-Select.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/06/Scotty-Cameron-Super-Select.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/06/Scotty-Cameron-Super-Select-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/06/Scotty-Cameron-Super-Select-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/06/Scotty-Cameron-Super-Select-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>“พัตเตอร์” นี่ต้องว่าเป็นเรื่องของฟีลลิ่งจริงๆ นักกอล์ฟหลายคนแทบไม่เปลี่ยนพัตเตอร์เลยตลอดชีวิตการเล่นกอล์ฟ เพราะมีอันที่เข้ามือ และมั่นใจมากอยู่แล้ว</strong></p>
<p>แต่ในฐานะนักพัฒนา แบรนด์ต่างๆ ย่อมต้องพยายามคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใส่ในพัตเตอร์ของตัวเอง เพื่อให้เป็นพัตเตอร์ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น และสร้างความมั่นใจให้นักกอล์ฟมากขึ้น เหมือนอย่างรุ่นที่ HotGolf ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ นั่นคือ Scotty Cameron “Super Select”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-27211" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5475.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5475.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5475-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5475-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5475-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>Super Select เป็นผลงานล่าสุดของ Scotty ในฝั่งโมเดลเบลดแบบคลาสสิค ที่แม้โมเดลย่อยอย่าง Newport 2 จะขึ้นหิ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หน้าที่ของ Scotty คือต้องทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม นั่นจึงกลายมาเป็นการยกระดับครั้งสำคัญในคราวนี้ โดยเฉพาะกับการเพิ่มโมเดล Plus เข้ามาเสริมเป็นครั้งแรก จาก Newport มีเพิ่ม Newport Plus เข้ามาเสริม หรืออย่าง Newport 2 ก็มี Newport 2 Plus เข้ามาเสริม</p>
<p>เมื่อเทียบกับฝั่ง Phantom X ที่ Scotty แทบไม่มีข้อจำกัดเลยในการออกแบบ จนตอนนี้กลายโมเดลยานอวกาศไปแล้ว แต่ฝั่ง Select ถือว่าโจทย์ยากกว่ากันมาก เพราะเป็นการพัฒนาภายใต้ขอบเขตข้อจำกัดของรูปทรงเบลดแบบคลาสสิค</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-27212" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5455.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5455.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5455-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5455-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5455-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ใน Super Select ถือว่า Scotty ได้ปลดล็อกหลายๆ อย่างอีกครั้ง อย่างที่กล่าวข้างว่านี่คือครั้งแรกของโมเดล Plus ซึ่งเขาบอกว่ามันคือการตีความคำว่าเบลดแบบคลาสสิคใหม่ โดยเขาได้เพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นไปทางด้านหลังอีกเล็กน้อย และมาพร้อมฐานตัวช่วยในการจัดวางน้ำหนักเป็นแผ่น 6061 aluminum ด้านล่าง ซึ่งช่วยกระจายน้ำหนักเพิ่ม MOI ให้หัวพัตเตอร์เคลื่อนที่ได้นิ่งเสถียรมากกว่าเดิม</p>
<p>Super Select กลายมาเป็นคำตอบของนักกอล์ฟที่อยากใช้พัตเตอร์แบบเบลดคลาสสิค แต่ด้วยความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น คุมพัตเตอร์ได้อย่างแน่นอน และมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมด้วยคอแบบ “I-BEAM” ซึ่งเป็นการเซาะร่องที่คอ แล้วย้ายน้ำหนักมาไว้ที่หัว กระจายไว้ฝั่งโคนและปลาย ทำให้ยิ่งเสถียรขึ้นไปอีก</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-27210" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5482.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5482.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5482-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5482-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_5482-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ต้องพูดถึงคือ หน้าพัตเตอร์แบบ DUAL-MILLED ซึ่งเป็นเทคนิคการมิลล์ขั้นสูงแบบสองขั้นตอน ทำให้ได้ฟีลลิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือความแน่นอนของหน้าพัตเตอร์ที่สูงมากขึ้น</p>
<p><strong>Tested by HotGolf Team</strong><br />
การมีพัตเตอร์ Scotty Cameron Newport 2 อยู่ในถุงกอล์ฟ ช่วยให้คุณดูดีขึ้นได้เสมอ แม้จะไม่ใช่พัตเตอร์ที่พูดได้เต็มปากว่าพัตต์ง่ายเสียทีเดียว ที่สำคัญคือต้องเข้าใจธรรมชาติรูปแบบการทำงานของมันด้วย แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วกับ Super Select รุ่นใหม่ โดยผมได้ลองตัวไฮไลท์ของซีรี่ส์นี้เลยคือ Newport 2 Plus และ Squareback 2 โดยตัวหลังผมมองว่าค่อนข้างปราดเปรียวขึ้นนะ ไม่ใหญ่หนาจนเยื้องไปทางมัลเล็ทเหมือนตัวเก่า เช่นเดียวกับ Newport 2 Plus ที่ก็ยังให้ความรู้สึกกะทัดรัด แม้จะใหญ่ขึ้นมาจาก Newport 2 อยู่เล็กน้อยก็ตาม<br />
จากการทดสอบใช้จริง ผมมองว่าการคุมพัตเตอร์ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก แทบไม่มีอาการพัตต์ตบหรือพัตต์เปิดเลย ลูกโรลเข้าหาเป้าหมายได้สม่ำเสมอ ฟีลลิ่งการพัตต์แน่น ไม่โปร่ง แต่ยังนุ่มตามแบบฉบับของ Scotty<br />
ผมมองว่า Scotty Cameron Super Select เป็นพัตเตอร์ตัวที่ตอบโจทย์เลยสำหรับนักกอล์ฟที่ชอบพัตเตอร์ทรงเบลด แต่ต้องการความแน่นอนในการคุมพัตเตอร์ที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัว Plus หรือจะขยับเพิ่มขนาดอีกนิดเป็น Squareback 2 ค่อนข้างคุมพัตเตอร์ได้แน่นอนทั้งคู่ แนะนำให้ไปลองหาทดสอบกันครับ อาการพัตต์ที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอก่อนหน้านี้ของคุณ อาจจะหมดไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ใน Super Select ตัวนี้</p>
<p>*พัตเตอร์ Scotty Cameron Super Select มีราคาขายทั่วไปที่ 18,600 บาท สนใจสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop ติดต่อได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></p>
<p>#HotGolf #ScottyCameron</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7359/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Scotty Cameron Super Select</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR LS</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7356/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Komkrich]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 09:33:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=7356</guid>

					<description><![CDATA[<p>“LS” เป็นซีรี่ส์อุปกรณ์กอล์ฟใหม่ล่าสุดจาก PRGR ที่ออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟสวิงสปีดปานกลาง เพื่อให้คุณตีลูกลอยได้ไกลมากกว่าเดิม LS เป็นซีรี่ส์ใหม่เอี่ยมเลย โดย PRGR ทำมาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากซีรี่ส์หลักอย่าง RS ที่พัฒนากันมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ โดยคอนเซ็ปต์ของ LS คือเป็นตัวช่วยสำหรับนักกอล์ฟสวิงสปีดปานกลาง ที่มีปัญหาตีลูกไม่ลอย ลูกไม่ได้ระยะ เพื่อให้นักกอล์ฟมีเกมที่ดีขึ้น ตีลูกลอย ได้ระยะ และลูกตกแล้ววิ่งต่ออีกด้วย พระเอกของ PRGR LS ต้องยกกับไดรเวอร์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีดีไซน์แบบ Deep Back Sole Design ด้วยดีไซน์รวมของหัวที่ดึงน้ำหนักขยับจุดศูนย์ถ่วงไว้อยู่ต่ำ และเยื้องไปด้านหลังของหัวไม้มากเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้นักกอล์ฟเข้าลูกด้วยมุมที่เสยได้ง่ายขึ้น และลูกลอยในวิถีโด่งมากขึ้น นอกจากการเข้าลูกในมุมเสยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือพลังจากหน้าไม้ที่จะต้องดีดตัวอัดลูกกอล์ฟให้พุ่งทะยานออกไป โดย LS มีดีไซน์หน้าไม้แบบคัพเฟซที่ให้ยืดหยุ่นรอบด้านมากที่สุด เสริมด้วยตัวหน้าไม้ที่ผลิตด้วยการมิลล์เป็นร่องขนาดเล็ก เพื่อช่วยลดการไถลของลูก ให้ลูกพุ่งตรงไปทันที อีกทั้งด้านหลังหน้าไม้นั้นเป็นดีไซน์ nabla Face ออกแบบหน้าไม้ให้มีการดีดตัวสูงสุด ส่งลูกพุ่งออกไปทันทีหลังการปะทะกับหน้าไม้ ด้วยดีไซน์ด้านข้างที่บางเป็นพิเศษ ช่วยให้หน้าไม้ยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่กลางหน้าไม้เน้นการถ่ายทอดพลังงาน ขยายสวีทสปอตให้กว้าง ช่วยให้นักกอล์ฟยังได้สปีดของลูกที่เร็ว แม้ตีผิดพลาดไม่โดนกลางหน้าไม้ รวมถึง LS[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7356/">รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR LS</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-22652" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/PRGR-LS_1200x800-copy.jpg" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/PRGR-LS_1200x800-copy.jpg 1201w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/PRGR-LS_1200x800-copy-800x534.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/PRGR-LS_1200x800-copy-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/PRGR-LS_1200x800-copy-768x512.jpg 768w" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>“LS” เป็นซีรี่ส์อุปกรณ์กอล์ฟใหม่ล่าสุดจาก PRGR ที่ออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟสวิงสปีดปานกลาง เพื่อให้คุณตีลูกลอยได้ไกลมากกว่าเดิม</strong></p>
<p>LS เป็นซีรี่ส์ใหม่เอี่ยมเลย โดย PRGR ทำมาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากซีรี่ส์หลักอย่าง RS ที่พัฒนากันมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ โดยคอนเซ็ปต์ของ LS คือเป็นตัวช่วยสำหรับนักกอล์ฟสวิงสปีดปานกลาง ที่มีปัญหาตีลูกไม่ลอย ลูกไม่ได้ระยะ เพื่อให้นักกอล์ฟมีเกมที่ดีขึ้น ตีลูกลอย ได้ระยะ และลูกตกแล้ววิ่งต่ออีกด้วย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22654" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4330.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4330.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4330-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4330-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4330-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พระเอกของ PRGR LS ต้องยกกับไดรเวอร์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีดีไซน์แบบ Deep Back Sole Design ด้วยดีไซน์รวมของหัวที่ดึงน้ำหนักขยับจุดศูนย์ถ่วงไว้อยู่ต่ำ และเยื้องไปด้านหลังของหัวไม้มากเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้นักกอล์ฟเข้าลูกด้วยมุมที่เสยได้ง่ายขึ้น และลูกลอยในวิถีโด่งมากขึ้น</p>
<p>นอกจากการเข้าลูกในมุมเสยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือพลังจากหน้าไม้ที่จะต้องดีดตัวอัดลูกกอล์ฟให้พุ่งทะยานออกไป โดย LS มีดีไซน์หน้าไม้แบบคัพเฟซที่ให้ยืดหยุ่นรอบด้านมากที่สุด เสริมด้วยตัวหน้าไม้ที่ผลิตด้วยการมิลล์เป็นร่องขนาดเล็ก เพื่อช่วยลดการไถลของลูก ให้ลูกพุ่งตรงไปทันที</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22657" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4334.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4334.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4334-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4334-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4334-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกทั้งด้านหลังหน้าไม้นั้นเป็นดีไซน์ nabla Face ออกแบบหน้าไม้ให้มีการดีดตัวสูงสุด ส่งลูกพุ่งออกไปทันทีหลังการปะทะกับหน้าไม้ ด้วยดีไซน์ด้านข้างที่บางเป็นพิเศษ ช่วยให้หน้าไม้ยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่กลางหน้าไม้เน้นการถ่ายทอดพลังงาน ขยายสวีทสปอตให้กว้าง ช่วยให้นักกอล์ฟยังได้สปีดของลูกที่เร็ว แม้ตีผิดพลาดไม่โดนกลางหน้าไม้</p>
<p>รวมถึง LS ยังถูกออกแบบให้มีน้ำหนักโดยรวมที่เบาเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับก้านที่เป็นน้ำหนักเบา เพื่อช่วยให้นักกอล์ฟที่สวิงสปีดไม่สูง สามารถเร่งสปีดได้มากขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22656" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4297.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4297.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4297-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4297-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4297-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>PRGR LS ยังมาพร้อมอุปกรณ์กอล์ฟประเภทอื่นๆ แบบฟูลไลน์ ทั้งหัวไม้แฟร์เวย์ และไฮบริด รวมถึงไปชุดเหล็กที่ทำออกมาคู่กันในชื่อรุ่น PRGR 05 นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท กอล์ฟเทรนด์ เอเชีย จำกัด โทร.02-231-2979</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22653" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4321.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4321.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4321-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4321-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2022/12/DSC_4321-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
โค้ดเนม LS ส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะเข้าใจว่าหมายถึง Low Spin หมายถึงพวกหัวไม้ที่ลูกพุ่ง สปินต่ำ แต่ PRGR LS นั้นต่างออกไปเลยครับ นี่คือ Long &amp; Straight คือ เน้นตีตรงตีไกล และ “ตีง่าย” ที่สุด สัมผัสแรกที่ได้หยิบจับมาจรดลูก หน้าไม้ปิดเล็กน้อย และองศาที่เชิดหน่อย ด้วยการถ่วงน้ำหนักไว้ด้านหลัง เรียกว่ารับประกันการตีลอยแน่นอน และก็ไม่ผิดหวัง ลูกพุ่งลอยได้ใจมาก นอกจากนี้หน้าไม้ก็ให้ความรู้สึกที่ดีดลูกให้ลอยออกไปจริงๆ ส่วนตัวผมมองว่าเหมาะมากนะครับ สำหรับนักกอล์ฟที่สปีดไม่สูง ตีลูกไม่ลอย อย่างยิ่งกับนักกอล์ฟมือใหม่ หรือนักกอล์ฟซีเนียร์ ผมแนะนำรุ่นนี้เลยครับ เพราะจะช่วยให้ตีลอยและได้ระยะแคร์รี่มากขึ้น ชนิดที่ถ้าตีไดรเวอร์ได้ลอยไกลแบบนี้ ช็อตต่อไปก็เล่นสบายขึ้นเยอะครับ<br />
อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ผมได้ทดสอบและอยากแนะนำเลยคือ ชุดเหล็กที่มาในชื่อรุ่น PRGR 05 ซึ่งก็เป็นเหล็กตีง่ายเช่นกัน ฐานกว้างหน่อย แต่สันใบไม่หนามาก โครงสร้างเป็นแบบมีโพรงด้านหลัง สิ่งที่ผมชอบที่สุดของเหล็กรุ่นนี้คือ เป็น “เหล็กฟอร์จ” ครับ เนื่องจากเหล็ก Game Improvement ทั่วไปจะเป็นเหล็กแคสต์เสียมากกว่า ทำให้เหล็กรุ่นนี้เป็นเหล็กตีง่าย ลูกเหินโด่ง แต่ฟีลลิ่งนุ่มดีมาก ค่อนข้างชอบเลยครับ ถ้านักกอล์ฟท่านไหนอยากได้เหล็กที่ทั้งตีง่ายด้วย แถมนุ่มสไตล์เหล็กฟอร์จของญี่ปุ่น ผมขอแนะนำ PRGR 05 รุ่นนี้เลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7356/">รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR LS</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Srixon Z-Forged II” คมดั่งใบมีด ควบคุมได้อย่างที่ต้องการ</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7350/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Komkrich]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 09:28:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=7350</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นสัญลักษณ์ของนักกอล์ฟที่ระดับฝีมืออยู่บนยอดปิรามิดสูงสุด ถ้าหากมีเหล็กเบลดหลังตันอยู่ในถุง แต่ถึงแม้เหล็กที่แทบไม่ต้องการการพัฒนานี้ ก็ยังสามารถพัฒนายกระดับไปอีกขั้น ในเหล็ก “Srixon Z-Forged II” รุ่นใหม่ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มระยะ ไม่จำเป็นต้องชดเชยความผิดพลาด แต่ต้องให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ต้องควบคุมได้อย่างที่ต้องการ และต้องให้ผลงานที่แน่นอนสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้คือการเป็นเบลดหลังตันที่ยอดเยี่ยม เพื่อตอบรับวงสวิงที่ทั้งทรงพลัง และสม่ำเสมอ ของนักกอล์ฟที่จะมาเป็นเจ้านายของมัน ใน Srixon Z-Forged II รุ่นใหม่ เป็นการสร้างและพัฒนาร่วมกับเหล่าผู้เล่นอาชีพชั้นนำของ Srixon ความต้องการในทุกสิ่งของนักกอล์ฟระดับทัวร์ ถูกใส่มาอยู่ในเหล็กรุ่นนี้ ทั้งรูปลักษณ์ใบที่สวยงาม แต่บางดั่งใบมีด การให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม และการให้ผลงานสม่ำเสมออย่างที่ควรจะเป็นในทุกครั้ง Z-Forged II ขึ้นรูปด้วยการฟอร์จจากวัสดุ 1020 คาร์บอนสตีล แบบชิ้นเดียว กลายเป็นใบเหล็กเบลดที่มีดีไซน์ทันสมัย และกะทัดรัด สันใบบาง ไม่มีออฟเซ็ต ตัวใบถูกออกแบบให้มี MOI สูงขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และการใช้งาน ยังเป็นเหล็กเบลดที่ดึงดูดนักกอล์ฟฝีมือดี แต่ด้วยประสิทธิภาพภายในที่สูงขึ้น สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้คือ เทคโนโลยี PureFrame กับดีไซน์โครงสร้างที่ย้ายน้ำหนักมาไว้ด้านหลังจุดกึ่งกลางใบ ซึ่งเป็นจุดที่นักกอล์ฟมือดีสามารถอิมแพ็คลูกได้อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ได้การควบคุมที่มีความแน่นอนขึ้น รวมถึงความรู้สึกในการตีนุ่มนวลมากขึ้นด้วยเช่นกัน[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7350/">“Srixon Z-Forged II” คมดั่งใบมีด ควบคุมได้อย่างที่ต้องการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-27229" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-Forged-ll_1200x800.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-Forged-ll_1200x800.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-Forged-ll_1200x800-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-Forged-ll_1200x800-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-Forged-ll_1200x800-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ถือเป็นสัญลักษณ์ของนักกอล์ฟที่ระดับฝีมืออยู่บนยอดปิรามิดสูงสุด ถ้าหากมีเหล็กเบลดหลังตันอยู่ในถุง แต่ถึงแม้เหล็กที่แทบไม่ต้องการการพัฒนานี้ ก็ยังสามารถพัฒนายกระดับไปอีกขั้น ในเหล็ก “Srixon Z-Forged II” รุ่นใหม่</strong></p>
<p>ไม่จำเป็นต้องเพิ่มระยะ ไม่จำเป็นต้องชดเชยความผิดพลาด แต่ต้องให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ต้องควบคุมได้อย่างที่ต้องการ และต้องให้ผลงานที่แน่นอนสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้คือการเป็นเบลดหลังตันที่ยอดเยี่ยม เพื่อตอบรับวงสวิงที่ทั้งทรงพลัง และสม่ำเสมอ ของนักกอล์ฟที่จะมาเป็นเจ้านายของมัน</p>
<p>ใน Srixon Z-Forged II รุ่นใหม่ เป็นการสร้างและพัฒนาร่วมกับเหล่าผู้เล่นอาชีพชั้นนำของ Srixon ความต้องการในทุกสิ่งของนักกอล์ฟระดับทัวร์ ถูกใส่มาอยู่ในเหล็กรุ่นนี้ ทั้งรูปลักษณ์ใบที่สวยงาม แต่บางดั่งใบมีด การให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม และการให้ผลงานสม่ำเสมออย่างที่ควรจะเป็นในทุกครั้ง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-27231" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_7.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_7.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_7-800x533.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_7-600x400.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_7-768x512.jpg 768w" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>Z-Forged II ขึ้นรูปด้วยการฟอร์จจากวัสดุ 1020 คาร์บอนสตีล แบบชิ้นเดียว กลายเป็นใบเหล็กเบลดที่มีดีไซน์ทันสมัย และกะทัดรัด สันใบบาง ไม่มีออฟเซ็ต ตัวใบถูกออกแบบให้มี MOI สูงขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และการใช้งาน ยังเป็นเหล็กเบลดที่ดึงดูดนักกอล์ฟฝีมือดี แต่ด้วยประสิทธิภาพภายในที่สูงขึ้น</p>
<p>สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้คือ เทคโนโลยี PureFrame กับดีไซน์โครงสร้างที่ย้ายน้ำหนักมาไว้ด้านหลังจุดกึ่งกลางใบ ซึ่งเป็นจุดที่นักกอล์ฟมือดีสามารถอิมแพ็คลูกได้อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ได้การควบคุมที่มีความแน่นอนขึ้น รวมถึงความรู้สึกในการตีนุ่มนวลมากขึ้นด้วยเช่นกัน</p>
<p>ในเหล็ก Z-Forged II มาพร้อมกับร่องแบบใหม่ เป็นแบบ Progressive ที่แตกต่างกันไปในเหล็กแต่ละเบอร์ เพื่อสร้างแคเรกเตอร์ที่แตกต่างกัน ในเหล็ก 5-7 จะมีร่องที่กว้างเพื่อให้ตีช็อตระยะไกลได้จากทุกสภาพพื้นผิว ขณะที่เหล็ก 8-PW จะมีร่องที่แคบและลึกกว่า เพื่อการตีผ่านหญ้าและเพิ่มสปินในการเล่นช็อตแอพโพรช โดยใช้เลเซอร์เซาะระหว่างแต่ละร่องจะช่วยเพิ่มแรงเสียดทานให้กับหน้าเหล็กในการเล่นทุกสภาพ ผลที่ได้คือความสมดุลของชุดเหล็ก ทั้งอัตราการสปิน ระยะทางและมุมเหิน ที่มีความแน่นอนมากขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-27230" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_2-1.jpg" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" srcset="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_2-1.jpg 1200w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_2-1-800x525.jpg 800w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_2-1-600x394.jpg 600w, https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/Z-FORGED-II-Irons_2-1-768x504.jpg 768w" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p>อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ฐานแบบ Tour V.T.Sole ที่ดีไซน์ให้ฐานสามารถไถลผ่านพื้นได้เร็ว ผ่านง่าย ในทุกสภาพสนาม ไม่ว่าจะตีจากแฟร์เวย์, รัฟ หรือแม้แต่ในทราย โดยยังคงเข้าบอลได้หนักแน่นโดยไม่สูญเสียความเร็วในการปะทะลูก แม้ว่าช็อตนั้นอาจจะเป็นการตีหลังลูกก็ตาม</p>
<p>ชุดเหล็ก Srixon Z-Forged II วางขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาพร้อมกับตัวเลือกก้าน DG S200 และ N.S.Pro Modus3 Tour 120 แบบเซ็ต 6 ชิ้น (5-P) มีราคาขายที่เซ็ตละ 44,250 บาท นอกจากนี้มีเหล็กปลีก #4 จำหน่ายชิ้นละ 7,375 บาท</p>
<p>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/7350/">“Srixon Z-Forged II” คมดั่งใบมีด ควบคุมได้อย่างที่ต้องการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : SIK Putter</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6473/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:21:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6473</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นแบรนด์พัตเตอร์ที่นักกอล์ฟหลายคนน่าจะเคยคุ้นชื่อ หรือผ่านตามาบ้าง แต่อาจไม่ทราบว่าตอนนี้ถูกนำเข้ามาวางขายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับพัตเตอร์ &#8220;SIK&#8221; โดยเฉพาะเมื่อ SIK คือพัตเตอร์ที่นักกอล์ฟที่ถูกพูดมากถึงในโลกเลยก็ว่าได้ในช่วงปี 2021 อย่าง &#8220;ไบรสัน เดอแชมโบ&#8221; ใช้อยู่ในปัจจุบัน ขึ้นชื่อว่าเป็นพัตเตอร์ที่ เดอแชมโบ เลือกใช้ มันจึงต้องเป็นพัตเตอร์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน SIK นั้นชูโรงมาด้วยเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาเองอย่าง Descending Loft Technology ด้วยหน้าพัตเตอร์ที่มีองศาแตกต่างกันถึง 4 จุด ภายในหน้าพัตเตอร์ชิ้นเดียว หน้าพัตเตอร์ของ SIK ถูกพัฒนาให้ไล่ระดับองศา จากด้านล่างสุดที่มีองศา 1 องศา, ไล่ขึ้นมา 2 องศา, 3 องศา และด้านบนสุดคือ 4 องศา แนวคิดของเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์แบบนี้คือ ช่วยให้นักกอล์ฟไม่ว่ามีการพัตต์รูปแบบใด มุมพัตต์กด หรือมุมพัตต์เสย ก็จะสามารถใช้หน้าพัตเตอร์เข้าปะทะลูกได้อย่างสม่ำเสมอในทุกครั้ง จากเดิมเมื่อถ้าปะทะลูกในมุมที่ไม่สม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนักของลูกก็เป็นไปได้ยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีนี้ นักกอล์ฟจะควบคุมน้ำหนักการพัตต์จากมุมปะทะของหน้าพัตเตอร์ได้สม่ำเสมอขึ้น อีกหนึ่งจุดเด่นของพัตเตอร์ SIK คือ พวกเขาวางขายแบบคัสตอมฟิตติ้งเท่านั้น ทำให้คุณสามารถเลือกรูปทรงหัวที่มีให้เลือกมากถึง 5[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6473/">รีวิวไม้กอล์ฟ : SIK Putter</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-22087" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/1200-1.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>ถือเป็นแบรนด์พัตเตอร์ที่นักกอล์ฟหลายคนน่าจะเคยคุ้นชื่อ หรือผ่านตามาบ้าง แต่อาจไม่ทราบว่าตอนนี้ถูกนำเข้ามาวางขายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับพัตเตอร์ &#8220;SIK&#8221;</strong></p>
<p>โดยเฉพาะเมื่อ SIK คือพัตเตอร์ที่นักกอล์ฟที่ถูกพูดมากถึงในโลกเลยก็ว่าได้ในช่วงปี 2021 อย่าง &#8220;ไบรสัน เดอแชมโบ&#8221; ใช้อยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>ขึ้นชื่อว่าเป็นพัตเตอร์ที่ เดอแชมโบ เลือกใช้ มันจึงต้องเป็นพัตเตอร์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22072" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2720.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>SIK นั้นชูโรงมาด้วยเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาเองอย่าง Descending Loft Technology ด้วยหน้าพัตเตอร์ที่มีองศาแตกต่างกันถึง 4 จุด ภายในหน้าพัตเตอร์ชิ้นเดียว</p>
<p>หน้าพัตเตอร์ของ SIK ถูกพัฒนาให้ไล่ระดับองศา จากด้านล่างสุดที่มีองศา 1 องศา, ไล่ขึ้นมา 2 องศา, 3 องศา และด้านบนสุดคือ 4 องศา</p>
<p>แนวคิดของเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์แบบนี้คือ ช่วยให้นักกอล์ฟไม่ว่ามีการพัตต์รูปแบบใด มุมพัตต์กด หรือมุมพัตต์เสย ก็จะสามารถใช้หน้าพัตเตอร์เข้าปะทะลูกได้อย่างสม่ำเสมอในทุกครั้ง จากเดิมเมื่อถ้าปะทะลูกในมุมที่ไม่สม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนักของลูกก็เป็นไปได้ยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีนี้ นักกอล์ฟจะควบคุมน้ำหนักการพัตต์จากมุมปะทะของหน้าพัตเตอร์ได้สม่ำเสมอขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22073" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2687.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกหนึ่งจุดเด่นของพัตเตอร์ SIK คือ พวกเขาวางขายแบบคัสตอมฟิตติ้งเท่านั้น ทำให้คุณสามารถเลือกรูปทรงหัวที่มีให้เลือกมากถึง 5 รูปทรง ประกอบเข้ากับคอไม้ที่มีถึง 6 รูปแบบได้ตามต้องการ</p>
<p>นอกจากนี้ยังรวมถึงตัวเลือกพิเศษอย่างกริพ Armlock แบบที่ ไบรสัน เดอแชมโบ ใช้ แน่นอนว่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่นักกอล์ฟสามารถเลือกซื้อได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>พัตเตอร์ SIK มีนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยบริษัท Golf Shafts Asia (Thailand) นักกอล์ฟที่สนใจสั่งซื้อ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่โทร.087-795-2093</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22077" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2681.jpg" alt="" width="1200" height="684" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
การได้ทดสอบพัตเตอร์ SIK ในครั้งนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดามากครับ เพราะ โปรชวินโรจน์ สิริกุลพัชร ตัวแทนจากบริษัท Golf Shaft Asia นำถุงกอล์ฟสำหรับฟิตติ้งมาให้เราได้ลองถึงที่สนามเลย ทำให้เราสามารถเลือกรูปทรงพัตเตอร์ทั้งหมดที่ SIK มีได้ตามต้องการ ก่อนนำเข้ามาประกอบก้านที่มีคอก้านแตกต่างกัน รวมถึงความยาวของก้าน ที่ทั้งหมดเพื่อหาพัตเตอร์ที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด<br />
ผมเลือกพัตเตอร์เป็นรูปทรง DW หรือย่อมาจาก Double Wide คล้ายกับทรงเบลดแบบคลาสสิค แต่เพิ่มพื้นที่ด้านหลังหัวพัตเตอร์ให้กว้างไปทางข้างหลังมากขึ้น โดยนอกจากจะช่วยเพิ่ม MOI แล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการจรดลูก<br />
หลังจากที่ทดสอบแล้ว สิ่งที่ผมชอบที่สุดเลยของ SIK คือ ความรู้สึกในการโรลที่ดีมาก ลูกกลิ้งออกจากหน้าพัตเตอร์ทันที แต่ด้วยความรู้สึกที่สมูธมาก ไม่รู้สึกกระแทก แถมเป็นโรลจริงๆ คือ ลูกกลิ้งไปข้างหน้า ไม่มีอาการสะดุด หรือลอยออกจากหน้าพัตเตอร์เลยแม้แต่น้อย มันให้ความรู้สึกว่าลูกกลิ้งไปตามทางที่เราพัตต์ให้ไลน์ไปจริงๆ<br />
พัตเตอร์ SIK โดดเด่นมากจริงๆ เรื่องการโรลลูกออกจากหน้าไม้ ด้วยเทคโนโลยีที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ ใครที่พัตต์แล้วเรื่องรู้สึกว่าลูกไม่โรล หรือไม่เกาะไลน์อย่างที่ตั้งใจ อยากให้ลองพัตเตอร์ของ SIK ดูครับ นี่ล่ะครับคือนวัตกรรมพัตเตอร์อย่างแท้จริง</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6473/">รีวิวไม้กอล์ฟ : SIK Putter</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade P•790</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6470/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:19:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6470</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลับมาอีกครั้งสำหรับเหล็กรุ่นที่ขายที่สุดของ TaylorMade รุ่น P•790 กับรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถือเป็นเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว P•790 เป็นเหล็กที่ถูกวางตัวให้ใช้ได้กับนักกอล์ฟหลากหลายระดับฝีมือ ด้วยจุดเด่นคือความครบเครื่อง ทั้งรูปลักษณ์ใบที่สวยงาม, เทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ภายใน, ประสิทธิภาพครบทุกด้าน ทั้งการสร้างระยะทาง และการชดเชยความผิดพลาด พระเอกของ P•790 ในทุกเจเนเรชั่นที่ผ่านมาคือ เทคโนโลยี SpeedFoam ในรุ่นใหม่นี้ มันได้ถูกพัฒนายกระดับขึ้นมาเป็น SpeedFoam Air ด้วยการพัฒนาใหม่ให้น้ำหนักเบาลงถึง 69% หรือลดน้ำหนักไปถึงเฉลี่ยถึง 3.5 กรัม แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งการรักษาความของเร็วและยืดหยุ่นของหน้าเหล็กเอาไว้ แถมยังทำให้ได้ความรู้สึกทั้งเสียงและสัมผัสที่ดีขึ้นด้วย น้ำหนักที่ลดลงจากสูตรโฟมใหม่นี้ เปิดโอกาสให้วิศวกรสามารถเพิ่มน้ำหนักให้กับทังสเตนที่ใส่เข้ามาถ่วงน้ำหนัก มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 31 กรัม หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นก่อน เพื่อดึงจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง และเยื้องไปทางปลายใบกว่าเดิม ทำให้นักกอล์ฟสามารถตีเข้าลูกได้แน่นอนขึ้น ไฟลท์บอลของลูกเหินลอยโด่งมากกว่าเดิม รวมถึงใบเหล็กปะทะลูกได้มีความนิ่ง บิดตัวน้อยลง ทำให้ผลงานมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โครงสร้างใบเหล็ก P•790 ยังคงเป็นแบบหลากวัสดุ ตัวโครงหลักเป็นวัสดุ 8620 carbon steel แบบใหม่[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6470/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade P•790</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-22089" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/TaylorMade-P•790_1200x800-copy-2.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>กลับมาอีกครั้งสำหรับเหล็กรุ่นที่ขายที่สุดของ TaylorMade รุ่น P•790 กับรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถือเป็นเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว</strong></p>
<p>P•790 เป็นเหล็กที่ถูกวางตัวให้ใช้ได้กับนักกอล์ฟหลากหลายระดับฝีมือ ด้วยจุดเด่นคือความครบเครื่อง ทั้งรูปลักษณ์ใบที่สวยงาม, เทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ภายใน, ประสิทธิภาพครบทุกด้าน ทั้งการสร้างระยะทาง และการชดเชยความผิดพลาด</p>
<p>พระเอกของ P•790 ในทุกเจเนเรชั่นที่ผ่านมาคือ เทคโนโลยี SpeedFoam ในรุ่นใหม่นี้ มันได้ถูกพัฒนายกระดับขึ้นมาเป็น SpeedFoam Air ด้วยการพัฒนาใหม่ให้น้ำหนักเบาลงถึง 69% หรือลดน้ำหนักไปถึงเฉลี่ยถึง 3.5 กรัม แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งการรักษาความของเร็วและยืดหยุ่นของหน้าเหล็กเอาไว้ แถมยังทำให้ได้ความรู้สึกทั้งเสียงและสัมผัสที่ดีขึ้นด้วย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22082" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2779.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>น้ำหนักที่ลดลงจากสูตรโฟมใหม่นี้ เปิดโอกาสให้วิศวกรสามารถเพิ่มน้ำหนักให้กับทังสเตนที่ใส่เข้ามาถ่วงน้ำหนัก มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 31 กรัม หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นก่อน เพื่อดึงจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง และเยื้องไปทางปลายใบกว่าเดิม ทำให้นักกอล์ฟสามารถตีเข้าลูกได้แน่นอนขึ้น ไฟลท์บอลของลูกเหินลอยโด่งมากกว่าเดิม รวมถึงใบเหล็กปะทะลูกได้มีความนิ่ง บิดตัวน้อยลง ทำให้ผลงานมีความสม่ำเสมอมากขึ้น</p>
<p>โครงสร้างใบเหล็ก P•790 ยังคงเป็นแบบหลากวัสดุ ตัวโครงหลักเป็นวัสดุ 8620 carbon steel แบบใหม่ ที่ช่วยให้ดีไซน์ใบเหล็กในจุดสำคัญได้บางลงถึง 37.5% เพื่อเอื้อต่อการกำหนดตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงอย่างแม่นยำ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22083" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2775.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่หน้าเหล็กเป็นโครงสร้าง L-Face จากวัสดุ 4140 steel ที่ขึ้นรูปด้วยการฟอร์จ หน้าเหล็กบางเพียง 1.5 มิลลิเมตรในจุดที่บางที่สุด ทำให้ยืดหยุ่นสูง ดีดตัวได้ยอดเยี่ยม ช่วยเร่งบอลสปีดสร้างระยะทาง และเพิ่มการเหินของลูก ในขณะที่ยังรักษาความรู้สึกของเหล็กฟอร์จเอาไว้ รวมถึงทำงานร่วมกับร่อง Thru-Slot Speed Pocket ที่ฐานเหล็ก ช่วยเพิ่มการดีดตัวของหน้าเหล็กด้วยเช่นกัน</p>
<p>P790 นอกจากจะเป็นเหล็กที่เน้นการตีไกล ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมแล้ว การชดเชยความผิดพลาดก็สำคัญมาก พวกเขาพัฒนาจุดสวีทสปอตแบบใหม่ให้อยู่ตำแหน่งที่ต่ำลง โดยอิงจากฐานข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างเจาะลึก หน้าเหล็กจะตอบสนองต่อการตีผิดพลาดได้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนักกอล์ฟตีโดนที่ด้านล่างของหน้าเหล็ก ซึ่งมักเป็นจุดที่ตีโดนลูกมากที่สุด ให้ผลงานที่ออกมายังเป็นไปอย่างที่นักกอล์ฟต้องการมากที่สุด</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22084" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2838.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>TaylorMade P•790 รุ่นใหม่ วางขายแบบเซ็ต 7 ชิ้น (4-PW) ด้วยตัวเลือกก้านเหล็ก N.S. PRO Modus3 105 และ N.S. PRO 950 GH Neo ที่ราคาเซ็ตละ 59,900 บาท และตัวเลือกก้านกราไฟต์ Mitsubishi Chemical MMT ที่ราคา 64,900 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของชุดเหล็ก TaylorMade P•790 รุ่นใหม่ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัด โทร.02-019-9743</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22085" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2768.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
สวยขึ้น และดูโฉบเฉี่ยวขึ้น นี่คือความประทับใจแรกเลยครับ เมื่อได้เห็นเหล็ก P•790 รุ่นใหม่จากทาง TaylorMade แต่รูปลักษณ์ใบยังคงเป็นมิตรเหมือนเคย ไม่ได้บางเฉียบ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ดูเทอะทะ มันคือความสวยงามที่ลงตัวยิ่งขึ้น<br />
จากรุ่นสู่รุ่น P•790 ขึ้นชื่อมาตลอดเรื่องการเป็นเหล็กที่ตีง่าย และได้ระยะ แต่จุดเด่นที่ผมมองว่าดีขึ้นรุ่นใหม่นี้คือ มันลอยง่ายกว่าเดิมมาก! ความรู้สึกในการตีคือ หน้าเหล็กยังคงทำงานดีดจนรู้สึกได้ ทำให้ได้ระยะดีเหมือนกับรุ่นก่อน แต่ด้วยไฟลท์บอลที่ลอยโด่งมากขึ้น เพื่อที่จะตกกรีนในมุมชันแล้วหยุดมากกว่าเดิม นี่คือจุดเด่นที่ดีขึ้นจนรู้สึกได้เลยของ P•790 ว่า มันลอยมากขึ้นครับ<br />
ถึงแม้หน้าเหล็กของ P•790 จะถือว่าเป็นหน้าเหล็กที่ทำงานดีดตัวค่อนข้างสูง แต่จากที่ลองคือความแน่นอนก็มากเช่นกัน ลูกมีอาการดิ้นส่ายน้อยมาก ค่อนข้างนิ่ง และแน่นอนสูง อย่างยิ่งเมื่อมารวมกับคุณสมบัติที่ลูกลอยมากขึ้นนี้แล้ว ผลงานที่ได้จึงถือว่าดีมากๆ ครับ<br />
เรียกว่ากลับมาครั้งนี้ไม่ผิดหวัง สำหรับ TaylorMade P•790 รุ่นใหม่ ใครชอบเหล็กกลางๆ ไม่บาง ไม่เทอะทะ ตีง่าย แต่ความแน่นอนสูง รุ่นนี้ใช่เลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6470/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade P•790</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : Fujikura Speeder NX</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6467/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:17:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6467</guid>

					<description><![CDATA[<p>วางขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำหรับซีรี่ส์ก้านใหม่ล่าสุดของ Fujikura รุ่น Speeder &#8220;NX&#8221; Speeder NX เป็นซีรี่ส์ใหม่เอี่ยมเลยที่ทาง Fujikura วางตัวมาเพื่อทดแทน Speeder Evolution ด้วยคอนเซ็ปต์ Go Next หรือการก้าวสู่ยุคใหม่ของก้าน Speeder ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรก ต้องบอกก่อนว่าแต่เดิม Fujikura มีผลิตภัณฑ์สองไลน์หลักๆ นั่นคือ ซีรี่ส์ Ventus ที่นิยมมากสำหรับนักกอล์ฟในทัวร์ชั้นนำของโลก ด้วยจุดเด่นคือการเป็นก้านที่มีความแข็งที่ช่วยลดการบิดตัวตลอดตัวก้าน ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมาก และอีกซีรี่ส์คือ Speeder Evolution ที่เป็นก้านที่เน้นความรู้สึกที่นุ่มนวล เหมาะกับกลุ่มนักกอล์ฟเอเชียมากเป็นพิเศษ แต่ใน Speeder NX รุ่นใหม่ คือการผสมผสานจุดเด่นของก้านสองรุ่นนี้เข้าด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาขึ้นมาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรกอย่าง Variable Torque Core หรือ “VTC” VTC คือเทคโนโลยีที่ออกแบบตัวก้านให้อัตราการบิดตัวที่แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง โดยเพิ่มความแข็งเพื่อลดการบิดตัวมากเป็นพิเศษในช่วงปลายก้าน ลดการบิดตัวของหน้าไม้เมื่อปะทะลูก ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมากแบบเดียวกับที่ได้จากก้าน Ventus ขณะที่บริเวณกลางก้านยังให้การดีดตัว และให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลที่เหมาะกับนักกอล์ฟเอเชียของก้าน Speeder Evolution[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6467/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Fujikura Speeder NX</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-21655" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/Fujikura-Speeder-NX_1200x800-copy.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>วางขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำหรับซีรี่ส์ก้านใหม่ล่าสุดของ Fujikura รุ่น Speeder &#8220;NX&#8221;</strong></p>
<p>Speeder NX เป็นซีรี่ส์ใหม่เอี่ยมเลยที่ทาง Fujikura วางตัวมาเพื่อทดแทน Speeder Evolution ด้วยคอนเซ็ปต์ Go Next หรือการก้าวสู่ยุคใหม่ของก้าน Speeder ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรก</p>
<p>ต้องบอกก่อนว่าแต่เดิม Fujikura มีผลิตภัณฑ์สองไลน์หลักๆ นั่นคือ ซีรี่ส์ Ventus ที่นิยมมากสำหรับนักกอล์ฟในทัวร์ชั้นนำของโลก ด้วยจุดเด่นคือการเป็นก้านที่มีความแข็งที่ช่วยลดการบิดตัวตลอดตัวก้าน ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมาก และอีกซีรี่ส์คือ Speeder Evolution ที่เป็นก้านที่เน้นความรู้สึกที่นุ่มนวล เหมาะกับกลุ่มนักกอล์ฟเอเชียมากเป็นพิเศษ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21599" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/10/DSC_2815.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แต่ใน Speeder NX รุ่นใหม่ คือการผสมผสานจุดเด่นของก้านสองรุ่นนี้เข้าด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาขึ้นมาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรกอย่าง Variable Torque Core หรือ “VTC”</p>
<p>VTC คือเทคโนโลยีที่ออกแบบตัวก้านให้อัตราการบิดตัวที่แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง โดยเพิ่มความแข็งเพื่อลดการบิดตัวมากเป็นพิเศษในช่วงปลายก้าน ลดการบิดตัวของหน้าไม้เมื่อปะทะลูก ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมากแบบเดียวกับที่ได้จากก้าน Ventus ขณะที่บริเวณกลางก้านยังให้การดีดตัว และให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลที่เหมาะกับนักกอล์ฟเอเชียของก้าน Speeder Evolution เอาไว้</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21600" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/10/DSC_2824.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่สำคัญคือนอกจากลดการบิดตัวแล้ว ยังจะช่วยให้นักกอล์ฟสามารถตีเข้าลูกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตัวก้านจะช่วยเพิ่ม dynamic loft เพื่อให้ค่า Smash Factor ที่ดียิ่งขึ้น และเมื่อมาพร้อมกับการควบคุมหน้าไม้ที่แน่นอน ทั้งหมดนี้จึงทำให้นักกอล์ฟที่ใช้ก้าน Speeder NX สามารถไดร์ฟได้ดีขึ้น ลูกลอยง่ายขึ้น ได้ระยะมากขึ้น ในขณะเดียวกันทิศทางก็แน่นอนมากขึ้น ลูกพุ่งเข้าหาเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากกว่าที่เคยเป็นมา</p>
<p>Speeder NX มาพร้อมแคเรกเตอร์ High-Launch และ Low Spin อย่างที่ก้านไดรเวอร์นั้นควรจะเป็น ขณะเดียวกันในก้านรุ่นนี้มาพร้อมตัวเลือกน้ำหนัก และ Flex ที่หลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มนักกอล์ฟทุกประเภท เริ่มตั้งแต่น้ำหนัก 40 กรัม ใน Flex R2 ไปจนถึงน้ำหนัก 70 กรัม ใน Flex X เลยทีเดียว ด้วยราคาขายที่ก้านละ 12,000 บาท</p>
<p>สำหรับนักกอล์ฟที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของตัวก้าน Fujikura Speeder NX สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.golfshaftsthailand.com หรือโทร.083-882-3344</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21598" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/10/DSC_2835.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ผมมีโอกาสได้ทดสอบก้าน Speeder NX ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดเลยของทาง Fujikura แต่ครั้งนี้ต้องเรียนกันตามตรงครับว่า เป็นการทดสอบชนิดที่แทบไม่ได้จับไม้กอล์ฟมาเลยร่วม 3-4 เดือน ก่อนจะทดสอบก็หวั่นใจนะครับว่า จะตีโดนหรือเปล่า 555 หรือวงจะเพี้ยนหรือไม่<br />
ปกติผมเป็นคนตีเฟดนิดๆ ถ้าพลาดหนักแบบเลวร้ายลูกจะสไลซ์ไปเลย หลายครั้งผมจึงเลือกเล็งติดซ้ายนิดๆ เพื่อที่ถ้าผิดพลาด ก็ยังช่วยชดเชยได้บ้าง แต่พอครั้งนี้ที่ได้ทดสอบเจ้าก้าน Speeder NX จากทาง Golf Shaft Asia บอกเลยครับว่าให้ผลงานได้แน่นอนมากๆ ไฟลท์บอลพุ่งเข้าเป้าหมายได้นิ่งแน่นอน ไม่มีปลิ้น ไม่มีส่ายเลย มีติดเฟดนิดๆ อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เรียกว่าช่วยให้ไดร์ฟได้มั่นใจขึ้นเยอะ กล้าเล็ง กล้าเร่งมากขึ้น ผลงานที่ออกมาทั้งทิศทาง และระยะทางถือว่าน่าพอใจมาก<br />
ส่วนฟีลลิ่งที่ลอง แม้จะลองเป็นก้าน S แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตึงเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ได้ดีดจนยวบยาบ ความรู้สึกที่ได้คือ แน่น และแน่นอน รู้สึกได้ว่าก้านทำงานช่วยเราจนรู้สึกได้<br />
แนะนำให้ลองหาโอกาสทดสอบกันดูนะครับ สำหรับก้าน Speeder NX ตัวใหม่ของทาง Fujikura เป็นก้านที่ให้ความรู้สึกในการตีที่มั่นใจขึ้นเยอะเลย ถ้าใครรู้สึกว่าก้านที่ใช้อยู่ปัจจุบันทื่อๆ หรือไม่ได้ช่วยซัพพอร์ทวงสวิง แนะนำลองก้านรุ่นนี้ดูครับ เป็นก้านที่ช่วยคุณได้แน่นอนครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6467/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Fujikura Speeder NX</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Milled Grind 3</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6463/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:15:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6463</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาถึงเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว สำหรับเวดจ์ TaylorMade Milled Grind ที่ถูกเลือกใช้นักกอล์ฟชื่อดังระดับโลกหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น รอรี่ แม็คอิลรอย, ดัสติน จอห์นสัน, คอลลิน โมริกาวะ ฯลฯ รูปลักษณ์ของ Milled Grind 3 มาในคอนเซ็ปต์ Thick-Thin Design ที่ช่วยให้วิศวกรออกแบบน้ำหนักจัดวางจุดศูนย์ถ่วงได้อย่างแม่นยำ จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำในเวดจ์องศา อยู่สูงในเวดจ์องศาสูง เพื่อการควบคุมช็อตการเล่นได้อย่างเหมาะสม ในรุ่นนี้ยังคงใช้เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง RAW Face Technology ที่ทำให้ตัวเวดจ์เป็นสนิมเฉพาะหน้าเวดจ์ เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานต่อหน้าเวดจ์ เพิ่มเติมเข้าไปจากตัวร่อง ZTP groove ที่ถูกออกแบบใหม่ให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น เพื่อให้สร้างสปินได้สูงสุดจากช็อตข้างกรีน รวมถึงที่เพิ่มขึ้นมาคือ ร่องแรกสุดอยู่ชิดกับขอบสันด้านล่างมากขึ้น ตามคำแนะนำของผู้เล่นอย่าง ทอมมี่ ฟลีตวูด เพื่อให้หน้าเวดจ์ทำงานสร้างสปินให้กับลูกได้เร็วขึ้น แต่ TaylorMade นั้นเข้าใจดีว่า บางครั้งเมื่อคุณเล่นลูกสั้นข้างกรีน แค่ช็อต 20, 30 หรือ 40[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6463/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Milled Grind 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-21618" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/1200.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>มาถึงเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว สำหรับเวดจ์ TaylorMade Milled Grind ที่ถูกเลือกใช้นักกอล์ฟชื่อดังระดับโลกหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น รอรี่ แม็คอิลรอย, ดัสติน จอห์นสัน, คอลลิน โมริกาวะ ฯลฯ</strong></p>
<p>รูปลักษณ์ของ Milled Grind 3 มาในคอนเซ็ปต์ Thick-Thin Design ที่ช่วยให้วิศวกรออกแบบน้ำหนักจัดวางจุดศูนย์ถ่วงได้อย่างแม่นยำ จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำในเวดจ์องศา อยู่สูงในเวดจ์องศาสูง เพื่อการควบคุมช็อตการเล่นได้อย่างเหมาะสม</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21593" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2723.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในรุ่นนี้ยังคงใช้เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง RAW Face Technology ที่ทำให้ตัวเวดจ์เป็นสนิมเฉพาะหน้าเวดจ์ เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานต่อหน้าเวดจ์ เพิ่มเติมเข้าไปจากตัวร่อง ZTP groove ที่ถูกออกแบบใหม่ให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น เพื่อให้สร้างสปินได้สูงสุดจากช็อตข้างกรีน</p>
<p>รวมถึงที่เพิ่มขึ้นมาคือ ร่องแรกสุดอยู่ชิดกับขอบสันด้านล่างมากขึ้น ตามคำแนะนำของผู้เล่นอย่าง ทอมมี่ ฟลีตวูด เพื่อให้หน้าเวดจ์ทำงานสร้างสปินให้กับลูกได้เร็วขึ้น</p>
<p>แต่ TaylorMade นั้นเข้าใจดีว่า บางครั้งเมื่อคุณเล่นลูกสั้นข้างกรีน แค่ช็อต 20, 30 หรือ 40 หลา บางครั้งสปีดที่เราใช้ตีก็ไม่มากพอที่จะทำให้สปินได้มากมายนัก ใน MG3 จึงมาพร้อมกับตัวช่วยใหม่ล่าสุดคือ Raised Micro-Ribs</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21595" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2745.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>Raised Micro-Ribs เป็นสันนูนสูง 0.02 มิลลิเมตร และกว้าง 0.25 มิลลิเมตร ที่ถูกเพิ่มเข้ามา อยู่ระหว่างกลางร่องหลัก เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานให้สูงยิ่งขึ้น ช่วยให้นักกอล์ฟทุกระดับฝีมือเล่นเวดจ์ได้มีสปินอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะช็อตข้างกรีนระยะเท่าไหร่ก็ตาม</p>
<p>MG3 ยังคงมาพร้อมกับการเจียรฐาน ด้วยการมิลล์เป็นลายขวางที่ฐานเวดจ์ ช่วยให้การเข้าลูกหนักแน่น แน่นอน และผ่านอุปสรรคได้อย่างหมดจด ที่สำคัญคือ ความสม่ำเสมอในการผลิตสูงสุดในเวดจ์ทุกชิ้น เหนือกว่าการเจียรด้วยมือตามปกติ</p>
<p>TaylorMade Milled Grind 3 วางขายพร้อมกับก้าน True Temper Tour Issue S200 ด้วยตัวเลือกองศาตั้งแต่ 46 องศา ไปถึง 60 องศา โดยมีสีใบเวดจ์ให้เลือกระหว่างสีเงินด้าน (Satin RAW Chrome) หรือสีดำด้าน (Satin RAW Black) ด้วยราคาขายชิ้นละ 7,900 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของเวดจ์ TaylorMade Milled Grind 3 สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัด โทร.02-019-9743</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21591" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2761.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ผมเป็นคนที่เฝ้าติดตามพัฒนาการของซีรี่ส์เวดจ์ Milled Grind ของ TaylorMade มาตลอด และได้ลองมาครบทุกเจเนเรชั่น ตั้งแต่รุ่นแรก, รุ่นสอง จนมาถึงรุ่นใหม่ล่าสุดเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว<br />
สิ่งที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Milled Grind มาตลอด นั่นคือ ฐานที่ตีผ่านง่าย ให้ความรู้สึกคลีน ไม่สะดุด และในรุ่นนี้เองก็เช่นกัน จากที่ได้ทดสอบ Milled Grind 3 ยังคงเป็นเวดจ์ที่ตีผ่านได้ง่ายมากในทุกอุปสรรค แม้แต่ไลหญ้าเตียน หรือไลย้อนหญ้าก็ตาม ยังคงให้ความรู้สึกของฐานที่ลื่นไถลผ่านลูกไปได้ง่าย ซึ่งผมมองว่ามันช่วยให้เราเข้าลูกได้แน่นอนและมั่นใจยิ่งขึ้น ต่อให้เจอไลหรืออุปสรรคที่เล่นยากๆ ก็ตาม<br />
รวมถึงไฮไลท์ในช่วงหลังของ Milled Grind คือหน้าเวดจ์ที่เป็นสนิม แถมในรุ่นนี้มีสันเพิ่มขึ้นมา ก็ช่วยให้เล่นลูกสั้นได้มีสปินมากขึ้นนะครับ โดยไม่จำเป็นต้องตีเต็มวงเพื่อที่จะรู้สึกแต่อย่างใด ทำให้เราเล่นลูกสั้นได้รู้สึกง่ายขึ้นมากทีเดียว ช่วยให้กล้าให้น้ำหนักลูกไปตกในกรีนมากขึ้น โดยรวมแล้วเป็นเวดจ์ที่ให้ความรู้สึกมั่นใจ อย่างยิ่งความรู้สึกในการตีผ่านที่สมูธที่นุ่มนวลที่ Milled Grind 3 ทำได้โดดเด่นมากๆ<br />
สรุปว่าชอบเลยครับกับ TaylorMade Milled Grind 3 รุ่นใหม่นี้ ถ้าใครกำลังหาเวดจ์ใหม่อยู่ แนะนำรุ่นนี้เลยครับ ใช้แล้วเล่นลูกสั้นมั่นใจขึ้นเยอะเลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6463/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Milled Grind 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : Mizuno JPX921</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6334/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:10:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6334</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใน JPX921 ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเหล็ก Mizuno เหมือนเช่นในทุกรุ่นที่ผ่านมา นั่นคือ การเป็นเหล็กที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตแบบ Grain Flow Forged ที่ทำให้เนื้อเหล็กเนียนละเอียด มีการเรียงตัวโมเลกุลที่หนาแน่น ส่งผลให้การความรู้สึกในการอิมแพ็คลูกที่นุ่มนวลยากที่แบรนด์ใดจะเลียนแบบใด เสริมด้วยการดีไซน์โมเดลย่อยให้เลือกหลากหลาย ตามความต้องการทุกรูปแบบของนักกอล์ฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นนี้ ที่มีการใช้วัสดุพิเศษอย่าง Chromoly ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโลหะโครเมี่ยม (Chromium) และ โลหะโมลิบดินัม (Molybdenum) ในการผลิตเหล็ก Forged แบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ยิ่งทำให้ดีไซน์ของชุดเหล็กออกมาสวยงามไร้ที่ติมากยิ่งขึ้น ขณะที่ใน JPX921 มีการแบ่งโมเดลชุดเหล็กออกเป็น 3 รุ่นย่อยคือ Tour, Forged และ Hot Metal JPX921 Tour ยังคงถูกออกแบบให้คงความงดงามทุกมุมมอง และประณีตในทุกรายละเอียด ขณะเดียวกันได้ถูกพัฒนาด้านประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น นำมาโดยส่วนโครงสร้าง Stability Frame หลังใบ ที่วางน้ำหนักให้สมดุลอยู่รอบนอกของใบมากขึ้น ช่วยเพิ่มความแน่นอนและความสม่ำเสมอให้มากขึ้นในช็อตตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก เช่นเดียวกับส่วน Cavity Pad ที่ตรงกับตำแหน่งปะทะลูก ปรับดีไซน์ให้หนาขึ้นเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6334/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Mizuno JPX921</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19754" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0570.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>ใน JPX921 ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเหล็ก Mizuno เหมือนเช่นในทุกรุ่นที่ผ่านมา นั่นคือ การเป็นเหล็กที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตแบบ Grain Flow Forged ที่ทำให้เนื้อเหล็กเนียนละเอียด มีการเรียงตัวโมเลกุลที่หนาแน่น ส่งผลให้การความรู้สึกในการอิมแพ็คลูกที่นุ่มนวลยากที่แบรนด์ใดจะเลียนแบบใด เสริมด้วยการดีไซน์โมเดลย่อยให้เลือกหลากหลาย ตามความต้องการทุกรูปแบบของนักกอล์ฟ</strong></p>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นนี้ ที่มีการใช้วัสดุพิเศษอย่าง Chromoly ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโลหะโครเมี่ยม (Chromium) และ โลหะโมลิบดินัม (Molybdenum) ในการผลิตเหล็ก Forged แบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ยิ่งทำให้ดีไซน์ของชุดเหล็กออกมาสวยงามไร้ที่ติมากยิ่งขึ้น ขณะที่ใน JPX921 มีการแบ่งโมเดลชุดเหล็กออกเป็น 3 รุ่นย่อยคือ Tour, Forged และ Hot Metal</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19757" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0572-1.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>JPX921 Tour</strong> ยังคงถูกออกแบบให้คงความงดงามทุกมุมมอง และประณีตในทุกรายละเอียด ขณะเดียวกันได้ถูกพัฒนาด้านประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น นำมาโดยส่วนโครงสร้าง Stability Frame หลังใบ ที่วางน้ำหนักให้สมดุลอยู่รอบนอกของใบมากขึ้น ช่วยเพิ่มความแน่นอนและความสม่ำเสมอให้มากขึ้นในช็อตตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก เช่นเดียวกับส่วน Cavity Pad ที่ตรงกับตำแหน่งปะทะลูก ปรับดีไซน์ให้หนาขึ้นเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล และให้ความรู้สึกในการอิมแพ็คของลูกที่ดียิ่งขึ้นด้วย</p>
<p><strong>JPX921 Forged</strong> ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำวัสดุ Chromoly มาใช้ฟอร์จทั้งชิ้น เป็นรุ่นที่มีอยู่ที่จุดเด่นความสมดุลในประสิทธิภาพที่มีครบทุกด้าน โดยเฉพาะเมื่อนำวัสดุ Chromoly มาใช้ เพื่อให้บอลสปีดออกจากหน้าเหล็กที่สูงขึ้น ทำให้มันเป็นเหล็กที่ครบเครื่องทั้งการให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม และการทำให้เกมของคุณดียิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากบอลสปีดที่มากขึ้นแล้ว ใน JPX921 Forged ยังได้ถูกปรับแต่งใหม่ในอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นส่วนช่องบริเวณหลังใบที่ดีไซน์ให้มีขนาดกว้างขึ้น ทำงานร่วมกับ Stability Frame ที่ดีไซน์ใหม่เช่นกันให้วางน้ำหนักอย่างสมดุลขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มความแน่นอนในช็อตที่ตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก ขณะที่ด้วยการเลือกใช้วัสดุ Chromoly ทำให้สามารถรีดหน้าไม้ได้บางลงถึง 35% ช่วยให้สร้างความเร็วของลูกได้สูงยิ่งขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19755" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0601.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>และโมเดลสุดท้ายคือ <strong>JPX921 Hot Metal</strong> เป็นโมเดลที่ผลิตออกมาเอาใจนักกอล์ฟมือใหม่ที่กำลังมองหาชุดเหล็กรูปลักษณ์สวยที่ตีง่าย ได้ระยะ และให้การชดเชยความผิดพลาดมากเป็นพิเศษ ทำให้มีการออกแบบหน้าเหล็กที่ซับซ้อนเป็นเทคโนโลยี COR-TECH ที่จุดกึ่งกลางหน้าไม้บางขึ้น 0.2 มิลลิเมตร รวมถึงโครงสร้างหน้าเหล็กเป็นแบบคัพเฟซ ถูกเชื่อมต่อเข้ากับตัวบอดี้หลักแบบไร้รอยต่อ บริเวณขอบหน้าเหล็กเพิ่มความหนา เพื่อให้การดีดตัวสร้างบอลสปีดได้สูงสุด เสริมด้วย Stability Frame ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยให้ตีได้แน่นอนในช็อตตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก</p>
<p>สำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของชุดเหล็ก JPX921 สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่ คุณกิจติพนธ์ ศาสตร์ทรัพย์ (คุณเจ๋ง) โทร. 083-293-0464</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19758" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0590.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ต้องบอกว่าตลาดชุดเหล็กตอนนี้ คงไม่มีแบรนด์ไหนร้อนแรงไปกว่า Mizuno Golf อีกแล้ว โดยเฉพาะซีรี่ส์ JPX921 นี้ที่มาแรงมาก โดยเฉพาะโมเดล Hot Metal ที่ HotGolf เราได้รับข้อมูลว่าเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมมาก<br />
แต่สำหรับ JPX921 ในครั้งนี้เราได้รับมาทดสอบเลยทั้ง 3 โมเดล ครบทั้ง Tour, Forged และ Hot Metal ซึ่งจากที่ทดสอบ ต้องขอชมเลยว่า Mizuno แบ่งระดับเหล็กของพวกเขาได้ชัดเจนมาก ไล่ตั้งแต่ Hot Metal ที่ใบใหญ่หนาหน่อย แต่ไม่เทอะทะ จุดเด่นคือ ตีได้ระยะที่สุด ลูกลอยง่ายที่สุด จึงไม่แปลกใจเลยว่ามันถึงเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมมาก เพราะตีง่ายที่สุด ถือเป็นโมเดลเริ่มต้นที่เหมาะอย่างยิ่งกับนักกอล์ฟแฮนดิแคปสูง มือใหม่ หรือแม้แต่มือกลางๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน ในกรณีที่นักกอล์ฟอยากเพิ่มระยะเหล็กของตนเอง รวมถึงต้องการการชดเชยความผิดพลาดที่มากขึ้น<br />
โมเดลต่อมาคือ Forged ที่มาพร้อมแคเรกเตอร์ชื่อรุ่นเลย นั่นคือ ความนุ่มนวล รวมถึงรูปลักษณ์ใบที่เล็กบางลงมาจาก Hot Metal อยู่ในระดับกลางๆ จากที่ทดสอบแล้วเป็นเหล็กที่มีประสิทธิครบรอบด้าน เหมาะกับนักกอล์ฟมือกลางที่เน้นฟีลลิ่ง ต้องการการควบคุมแน่นอน และการชดเชยความผิดพลาดในระดับหนึ่ง แต่ไม่ต้องการะยะทางเหมือน Hot Metal ก็จะเหมาะกับรุ่นนี้มากที่สุด<br />
โมเดลสุดท้ายคือ Tour ที่เหมาะกับมือดีเท่านั้น ใบเล็กบางแต่สวยงาม ไม่ได้ใส่เทคโนโลยีช่วยสร้างระยะทางมากนัก นักกอล์ฟที่ใช้จึงต้องมีสปีดและแม่นลูกพอสมควร ไม่งั้นระยะหายแน่นอน แต่แลกมาด้วยความแน่นอนที่แน่นอนมาก จุดตกลูกกอล์ฟเกาะกลุ่มดีมาก มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนี่ถึงเป็นโมเดลยอดนิยมของนักกอล์ฟฝั่งทัวร์ โดยเฉพาะผู้เล่นที่ติดไม่สัญญาอย่าง บรูคส์ เคปก้า หรือแม้แต่ โปรแจ๊ส อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ของเรา<br />
Mizuno JPX921 ทั้งสามรุ่นแบ่งระดับและแคเรกเตอร์ชัดเจน ทั้งหมดมาพร้อมฟีลลิ่งความนุ่มแน่นตามแบบฉบับ Mizuno ถ้าใครอยากรู้ว่าคำพูดที่ว่า &#8220;Nothing Feels Like A Mizuno&#8221; ว่าเป็นอย่างไร ไปลองจากเหล็กสามรุ่นนี้ได้เลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6334/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Mizuno JPX921</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Hi-Toe RAW</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6331/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:09:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6331</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบในครั้งนี้คือ เวดจ์รุ่นใหม่ของทาง TaylorMade รุ่น Hi-Toe Raw Hi-Toe Raw ไม่ใช่รุ่นใหม่เอี่ยมเลยเสียทีเดียว เพราะนี่คือการต่อยอดดีไซน์เวดจ์รุ่น Hi-Toe ที่ TaylorMade เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นเวดจ์ที่ถูกพัฒนาดีไซน์ขึ้นใหม่ ให้มีพื้นที่หน้าเวดจ์ฝั่งปลายสูงขึ้น ทำให้นักกอล์ฟพลิกแพลงเล่นเกมลูกสั้นได้หลากหลายขึ้น ขณะเดียวกันก็เอื้อให้ขยับจุดศูนย์ถ่วงได้สูงขึ้น ช่วยให้ลูกลอยต่ำลง และสร้างสปินได้มากขึ้น จากเวดจ์ Hi-Toe ในรุ่นใหม่นี้ Hi-Toe Raw ได้ถูกอัพเกรดประสิทธิภาพให้สูงยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี RAW Face ซึ่งมาพร้อมกับร่อง ZTP RAW Groove Design ด้วยหน้าเวดจ์ที่เป็นสนิม และตัวร่องที่ถูกออกแบบให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น ทำให้เป็นหน้าเวดจที่สามารถสร้างแรงเสียดทานขณะปะทะลูกกอล์ฟได้สูงขึ้น เพื่ออัตราสปินลูก และให้ความแน่นอนมากขึ้น แม้ในสภาพอากาศที่ชื้นก็ตาม อย่างยิ่งกับรุ่นนี้ที่มีการเพิ่มลายยิงเลเซอร์ Laser Etched Pattern เข้ามาเสริมช่วยด้วย ทำให้ยิ่งการันตีว่า Hi-Toe Raw จะเป็นเวดจ์ที่สร้างสปินได้สูงสุดอย่างแน่นอน นอกจากการต่อยอดดีไซน์แบบ Hi-Toe[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6331/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Hi-Toe RAW</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19686" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/TaylorMade_Hi_Toe_Raw_wedge-2.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบในครั้งนี้คือ เวดจ์รุ่นใหม่ของทาง TaylorMade รุ่น Hi-Toe Raw</strong></p>
<p>Hi-Toe Raw ไม่ใช่รุ่นใหม่เอี่ยมเลยเสียทีเดียว เพราะนี่คือการต่อยอดดีไซน์เวดจ์รุ่น Hi-Toe ที่ TaylorMade เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นเวดจ์ที่ถูกพัฒนาดีไซน์ขึ้นใหม่ ให้มีพื้นที่หน้าเวดจ์ฝั่งปลายสูงขึ้น ทำให้นักกอล์ฟพลิกแพลงเล่นเกมลูกสั้นได้หลากหลายขึ้น ขณะเดียวกันก็เอื้อให้ขยับจุดศูนย์ถ่วงได้สูงขึ้น ช่วยให้ลูกลอยต่ำลง และสร้างสปินได้มากขึ้น</p>
<p>จากเวดจ์ Hi-Toe ในรุ่นใหม่นี้ Hi-Toe Raw ได้ถูกอัพเกรดประสิทธิภาพให้สูงยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี RAW Face ซึ่งมาพร้อมกับร่อง ZTP RAW Groove Design ด้วยหน้าเวดจ์ที่เป็นสนิม และตัวร่องที่ถูกออกแบบให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น ทำให้เป็นหน้าเวดจที่สามารถสร้างแรงเสียดทานขณะปะทะลูกกอล์ฟได้สูงขึ้น เพื่ออัตราสปินลูก และให้ความแน่นอนมากขึ้น แม้ในสภาพอากาศที่ชื้นก็ตาม</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19688" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1578.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>อย่างยิ่งกับรุ่นนี้ที่มีการเพิ่มลายยิงเลเซอร์ Laser Etched Pattern เข้ามาเสริมช่วยด้วย ทำให้ยิ่งการันตีว่า Hi-Toe Raw จะเป็นเวดจ์ที่สร้างสปินได้สูงสุดอย่างแน่นอน</p>
<p>นอกจากการต่อยอดดีไซน์แบบ Hi-Toe แล้ว ในรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมหน้าเวดจ์ Full Face Scoring Lines ร่องหน้าไม้ที่ถูกออกแบบให้เต็มพื้นผิวสัมผัส เพื่อความมั่นใจในการเข้าปะทะลูกควบคุมทิศทาง และอัตราสปินได้อย่างแม่นยำ โดยจะมีเฉพาะในองศาหน้าไม้ 56, 58, 60 และ 62 องศา เพื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นลูกข้างกรีนอย่างเต็มที่</p>
<p>อีกหนึ่งจุดที่เวดจ์ดีๆ จะขาดไปไม่ได้เลย นั่นคือ เรื่องการเจียรฐาน โดย TaylorMade Hi-Toe Raw ยังคงใช้รูปแบบการเจียรฐาน Milled Grind เป็นลายขวางที่ฐานเวดจ์ ช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้ตีผ่านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังการผลิตด้วยขั้นตอนการมิลล์ ซึ่งให้มาตรฐานความแน่นอนสูงมาก เมื่อเทียบกับการเจียรฐานที่ใช้ช่างที่เป็นคนปกติ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19690" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1580.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>พร้อมด้วยตัวเลือก Bounce หลากหลายทั้ง Low bounce (7°) สำหรับสวิงแบบกวาด หรือการเล่นในพื้นที่แข็ง, Standard (9°-10°) สำหรับการเล่นที่ค่อนข้างหลากหลาย และไฮไลท์คือ Bigfoot (15°) สำหรับนักกอล์ฟที่สวิงชัน ตีแล้วไดวอทเยอะ รวมถึงการเล่นบนพื้นที่ค่อนข้างนุ่ม</p>
<p>เวดจ์ TaylorMade Hi-Toe Raw มาพร้อมการทำสีใบเวดจ์แบบ New Aged Copper Finish สีสนิมทองแดงใหม่สุดคลาสสิค ที่เมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศเมื่อใช้งานได้ระยะหนึ่ง สีจะดูเข้มดุดันยิ่งขึ้น พร้อมเสียบก้าน Dynamic Gold S200 ที่ให้ความนุ่มนวล และราบรื่นตลอดการสวิง</p>
<p>TaylorMade Hi-Toe Raw มีราคาขายที่ชิ้นละ 7,900 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของเวดจ์ สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัดโทร. 02 019 9743</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19687" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1574.jpg" alt="" width="602" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ก่อนหน้านี้ทีมงาน HotGolf เราเคยมีโอกาสได้ทดสอบเวดจ์ TaylorMade Milled Grind 2 มาแล้ว แต่กับรุ่น Hi-Toe RAW ต้องบอกว่าต่างกันชัดเจน ต่างกันตั้งแต่รูปลักษณ์ที่ใบใหญ่กว่า เหมาะกับสายฟล็อปสายปั่นลูกอย่างแท้จริง 555 ใครที่ชอบพลิกแพลงลูกสั้นน่าจะชอบครับกับเวดจ์ที่มีพื้นที่ให้เล่นเพิ่มแบบนี้<br />
จากที่ทดสอบฟีลลิ่งถือว่า ค่อนข้างใกล้เคียง Milled Grind 2 ครับ ฟีลลิ่งในการตีผ่านสมูธนุ่มนวลมาก แต่ที่ต่างคือเวลาเล่นช็อตฟล็อปจะรู้สึกว่าหน้าเวดจ์ทำงานได้เต็มที่กว่า ทำงานได้เต็มที่ทั้งหน้าเวดจ์ เต็มที่ทั้งร่องที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามา อย่างที่ผมเรียนข้างต้นว่า นักกอล์ฟที่ชอบเล่นพลิกแพลงช็อตข้างกรีนน่าจะถูกใจมากกับเวดจ์ตัวนี้<br />
รวมถึงพอเราเล่นช็อตแบบนี้ ทำให้สปินที่ได้ค่อนข้างจัดกว่าเวดจ์แบบปกติ จากที่ทดสอบแม้บางช็อตมีท็อปๆ บ้าง ลูกก็ยังหยุดให้ดีมาก ซึ่งสำคัญนะครับกับการเก็บลูกไว้บนกรีนเพื่อพัตต์ได้ ทั้งที่เป็นช็อตที่เล่นผิดพลาดแบบนี้ อีกทั้งยังช่วยให้เรากล้าเล่นลูกสั้นโดยเล็งไปที่เป้าหมายมากขึ้น เพราะเชื่อว่าด้วยเวดจ์ตัวนี้จะช่วยหยุดลูกให้เราได้แน่ๆ<br />
ใครชอบเล่นลูกสั้น แนะนำเลยครับลองหาเวดจ์ TaylorMade Hi-Toe RAW แล้วเกมข้างกรีนของคุณจะมีอะไรให้เล่นเยอะเลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6331/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Hi-Toe RAW</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR Carry Q</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6327/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:08:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6327</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากซีรี่ส์ Rescu “Q” ที่ถือว่าโดดเด่นมาก ด้วยการเป็นไม้ที่ช่วยตีลูกออกจากทุกอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ครั้งนี้ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบอีกหนึ่งซีรี่ส์จาก PRGR ที่ทำออกมาคู่กันอย่าง “Carry Q” จากที่เมื่อสองปีที่แล้ว PRGR เปิดตัวซีรี่ส์ไฮบริดที่มีชื่อว่า Rescu “Q” โดยจุดเด่นของมันคือ เป็นตัวช่วยสำหรับการแก้ไขเล่นลูกออกจากอุปสรรคต่างๆ ทั้งจากรัฟ, พื้นเอียง, บังเกอร์ หรือแม้แต่ในรอยไดวอทก็ตาม ด้วยท้องไม้เป็นรูปทรง V-shape เพื่อลดจุดสัมผัสกับพื้นให้สามารถตีผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่คอนเซ็ปต์ของ Carry Q นั้นต่างกับ Rescu Q ชัดเจน ด้วยการเป็นหัวไม้ที่เน้นสร้างระยะทางโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือนักกอล์ฟเวลาตีช็อตที่ต้องเสี่ยงในการข้ามอุปสรรค เช่น อุปสรรคน้ำ หรือบังเกอร์ ให้สามารถตีข้ามได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล ไปจนถึงช็อตยาวที่ต้องการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง เช่น หลุมพาร์ 3 ยาว, ช็อตที่ต้องขึ้นกรีนไกลๆ หรือแม้แต่การตีจากแท่นทีที่ต้องการคอนโทรลลูกให้อยู่ในแฟร์เวย์ จุดเด่นของ Carry Q คือ ดีไซน์รูปทรงของหัวแบบแชลโลว์เฟซ ออกแบบให้กระดองราบ และท้องไม้มีจุดสัมผัสน้อยที่สุด ช่วยให้ตีผ่านพื้นหญ้าได้ง่าย ลดแรงเสียดทาน[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6327/">รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR Carry Q</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19681" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1558.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>จากซีรี่ส์ Rescu “Q” ที่ถือว่าโดดเด่นมาก ด้วยการเป็นไม้ที่ช่วยตีลูกออกจากทุกอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ครั้งนี้ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบอีกหนึ่งซีรี่ส์จาก PRGR ที่ทำออกมาคู่กันอย่าง “Carry Q”</strong></p>
<p>จากที่เมื่อสองปีที่แล้ว PRGR เปิดตัวซีรี่ส์ไฮบริดที่มีชื่อว่า Rescu “Q” โดยจุดเด่นของมันคือ เป็นตัวช่วยสำหรับการแก้ไขเล่นลูกออกจากอุปสรรคต่างๆ ทั้งจากรัฟ, พื้นเอียง, บังเกอร์ หรือแม้แต่ในรอยไดวอทก็ตาม ด้วยท้องไม้เป็นรูปทรง V-shape เพื่อลดจุดสัมผัสกับพื้นให้สามารถตีผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น</p>
<p>แต่คอนเซ็ปต์ของ Carry Q นั้นต่างกับ Rescu Q ชัดเจน ด้วยการเป็นหัวไม้ที่เน้นสร้างระยะทางโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือนักกอล์ฟเวลาตีช็อตที่ต้องเสี่ยงในการข้ามอุปสรรค เช่น อุปสรรคน้ำ หรือบังเกอร์ ให้สามารถตีข้ามได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19682" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1572.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>ไปจนถึงช็อตยาวที่ต้องการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง เช่น หลุมพาร์ 3 ยาว, ช็อตที่ต้องขึ้นกรีนไกลๆ หรือแม้แต่การตีจากแท่นทีที่ต้องการคอนโทรลลูกให้อยู่ในแฟร์เวย์</p>
<p>จุดเด่นของ Carry Q คือ ดีไซน์รูปทรงของหัวแบบแชลโลว์เฟซ ออกแบบให้กระดองราบ และท้องไม้มีจุดสัมผัสน้อยที่สุด ช่วยให้ตีผ่านพื้นหญ้าได้ง่าย ลดแรงเสียดทาน เพื่อสร้างความเร็วหัวไม้ได้มากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ตัวหัวไม้ยังวางตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงไว้ต่ำ ด้วยการใช้ทังสเตนเป็นตัวดึงน้ำหนัก ทำให้เข้าปะทะลูกได้หนักแน่น เสริมด้วยร่องที่ด้านฐานติดกับหน้าไม้ ช่วยเพิ่มการดีดตัวของหน้าไม้ ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Carry Q เป็นไฮบริดที่สามารถตีลูกให้ลอยสร้างระยะทางได้มากขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19683" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1562.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>สำหรับ Carry Q แบ่งออกเป็นหัวไม้แฟร์เวย์ Q3+ (16.5 องศา) และ Q3 (19 องศา) วัสดุเป็นไทเทเนียม และมีทังสเตนถ่วงน้ำหนักดึงจุด CG ให้ลึกขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างระยะทางได้อย่างเต็มที่ โดยมีราคาขายทั่วไปที่ชิ้นละ 15,500 บาท</p>
<p>ส่วนไฮบริด Q4 (20 องศา) และ Q5 (24 องศา) วัสดุเป็นมาราจจิ้งสตีล จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำ เน้นตีให้ลูกลอยง่ายที่สุด โดยมีราคาขายทั่วไปที่ชิ้นละ 13,500 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของ PRGR Carry Q สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท กอล์ฟเทรนด์ เอเชีย จำกัด โทร.02-300-6780</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19680" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1563.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
จากที่เคยได้ทดสอบไฮบริด PRGR Rescu “Q” ที่บอกเลยว่าเป็นรุ่นที่ผมชอบมาก เพราะตีง่าย โดยเฉพาะการตีจากรัฟที่แทบจะรับประกันว่าเข้าบอลได้เต็มแน่ๆ จนมาถึงครั้งนี้ PRGR Carry Q ที่เราได้รับมาทดสอบทั้งหัวไม้แฟร์เวย์ และไฮบริด พร้อมกันเลยครับ<br />
ฟีลลิ่งที่ทดสอบเลยคือ &#8220;วิบ&#8221; ครับ หัวไม้ให้ความรู้สึกตีผ่านได้คลีนมากๆ ผ่านเข้าไปปะทะลูกได้หนักแน่นได้ใจ ซึ่งฟีลลิ่งการอิมแพ็คให้ความรู้สึกที่กระแทกลูกมากครับ ลูกจะพุ่งออกไปทันที ส่วนผลงานที่ได้ค่อนข้างประทับใจ แม้ก้านจะดีดให้ความรู้สึกหนึบแน่น แต่ก็ควบคุมให้อยู่ในทิศทางได้ดีมาก<br />
อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบเลยคือ ความต่างของสองรุ่นนี้นั้นชัดเจน ไฟลท์บอลของหัวไม้จะพุ่งกว่า ตามแคเรกเตอร์ที่ออกมาให้พุ่งสร้างระยะทาง ส่วนไฮบริดจะเน้นตีลอยเป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีมากเมื่อต้องขึ้นกรีนในช็อตยาวๆ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกตกมุมชันแล้วหยุดมากขึ้น<br />
โดยรวมแล้ว PRGR Carry Q ยังเป็นไม้ที่รับประกันการตีง่ายเหมือนเช่นเคย ใครที่หัวไม้แฟร์เวย์ไม่ค่อยได้ระยะทาง หรือตีไฮบริดไม่ค่อยลอย ลองมาทดสอบรุ่นนี้ดูครับ น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณอย่างแน่นอน</p>
<p><em>**สั่งซื้อยูทิลินี้ PRGR Carry Q สินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6327/">รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR Carry Q</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
