<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รีวิวสินค้า &#8211; HotGolf Shop</title>
	<atom:link href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/content-category/reviews/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Nov 2021 07:21:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.4.16</generator>
	<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : SIK Putter</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6473/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:21:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6473</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นแบรนด์พัตเตอร์ที่นักกอล์ฟหลายคนน่าจะเคยคุ้นชื่อ หรือผ่านตามาบ้าง แต่อาจไม่ทราบว่าตอนนี้ถูกนำเข้ามาวางขายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับพัตเตอร์ &#8220;SIK&#8221; โดยเฉพาะเมื่อ SIK คือพัตเตอร์ที่นักกอล์ฟที่ถูกพูดมากถึงในโลกเลยก็ว่าได้ในช่วงปี 2021 อย่าง &#8220;ไบรสัน เดอแชมโบ&#8221; ใช้อยู่ในปัจจุบัน ขึ้นชื่อว่าเป็นพัตเตอร์ที่ เดอแชมโบ เลือกใช้ มันจึงต้องเป็นพัตเตอร์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน SIK นั้นชูโรงมาด้วยเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาเองอย่าง Descending Loft Technology ด้วยหน้าพัตเตอร์ที่มีองศาแตกต่างกันถึง 4 จุด ภายในหน้าพัตเตอร์ชิ้นเดียว หน้าพัตเตอร์ของ SIK ถูกพัฒนาให้ไล่ระดับองศา จากด้านล่างสุดที่มีองศา 1 องศา, ไล่ขึ้นมา 2 องศา, 3 องศา และด้านบนสุดคือ 4 องศา แนวคิดของเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์แบบนี้คือ ช่วยให้นักกอล์ฟไม่ว่ามีการพัตต์รูปแบบใด มุมพัตต์กด หรือมุมพัตต์เสย ก็จะสามารถใช้หน้าพัตเตอร์เข้าปะทะลูกได้อย่างสม่ำเสมอในทุกครั้ง จากเดิมเมื่อถ้าปะทะลูกในมุมที่ไม่สม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนักของลูกก็เป็นไปได้ยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีนี้ นักกอล์ฟจะควบคุมน้ำหนักการพัตต์จากมุมปะทะของหน้าพัตเตอร์ได้สม่ำเสมอขึ้น อีกหนึ่งจุดเด่นของพัตเตอร์ SIK คือ พวกเขาวางขายแบบคัสตอมฟิตติ้งเท่านั้น ทำให้คุณสามารถเลือกรูปทรงหัวที่มีให้เลือกมากถึง 5[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6473/">รีวิวไม้กอล์ฟ : SIK Putter</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-22087" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/1200-1.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>ถือเป็นแบรนด์พัตเตอร์ที่นักกอล์ฟหลายคนน่าจะเคยคุ้นชื่อ หรือผ่านตามาบ้าง แต่อาจไม่ทราบว่าตอนนี้ถูกนำเข้ามาวางขายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับพัตเตอร์ &#8220;SIK&#8221;</strong></p>
<p>โดยเฉพาะเมื่อ SIK คือพัตเตอร์ที่นักกอล์ฟที่ถูกพูดมากถึงในโลกเลยก็ว่าได้ในช่วงปี 2021 อย่าง &#8220;ไบรสัน เดอแชมโบ&#8221; ใช้อยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>ขึ้นชื่อว่าเป็นพัตเตอร์ที่ เดอแชมโบ เลือกใช้ มันจึงต้องเป็นพัตเตอร์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22072" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2720.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>SIK นั้นชูโรงมาด้วยเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาเองอย่าง Descending Loft Technology ด้วยหน้าพัตเตอร์ที่มีองศาแตกต่างกันถึง 4 จุด ภายในหน้าพัตเตอร์ชิ้นเดียว</p>
<p>หน้าพัตเตอร์ของ SIK ถูกพัฒนาให้ไล่ระดับองศา จากด้านล่างสุดที่มีองศา 1 องศา, ไล่ขึ้นมา 2 องศา, 3 องศา และด้านบนสุดคือ 4 องศา</p>
<p>แนวคิดของเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์แบบนี้คือ ช่วยให้นักกอล์ฟไม่ว่ามีการพัตต์รูปแบบใด มุมพัตต์กด หรือมุมพัตต์เสย ก็จะสามารถใช้หน้าพัตเตอร์เข้าปะทะลูกได้อย่างสม่ำเสมอในทุกครั้ง จากเดิมเมื่อถ้าปะทะลูกในมุมที่ไม่สม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนักของลูกก็เป็นไปได้ยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีนี้ นักกอล์ฟจะควบคุมน้ำหนักการพัตต์จากมุมปะทะของหน้าพัตเตอร์ได้สม่ำเสมอขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22073" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2687.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกหนึ่งจุดเด่นของพัตเตอร์ SIK คือ พวกเขาวางขายแบบคัสตอมฟิตติ้งเท่านั้น ทำให้คุณสามารถเลือกรูปทรงหัวที่มีให้เลือกมากถึง 5 รูปทรง ประกอบเข้ากับคอไม้ที่มีถึง 6 รูปแบบได้ตามต้องการ</p>
<p>นอกจากนี้ยังรวมถึงตัวเลือกพิเศษอย่างกริพ Armlock แบบที่ ไบรสัน เดอแชมโบ ใช้ แน่นอนว่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่นักกอล์ฟสามารถเลือกซื้อได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>พัตเตอร์ SIK มีนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยบริษัท Golf Shafts Asia (Thailand) นักกอล์ฟที่สนใจสั่งซื้อ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่โทร.087-795-2093</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22077" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2681.jpg" alt="" width="1200" height="684" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
การได้ทดสอบพัตเตอร์ SIK ในครั้งนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดามากครับ เพราะ โปรชวินโรจน์ สิริกุลพัชร ตัวแทนจากบริษัท Golf Shaft Asia นำถุงกอล์ฟสำหรับฟิตติ้งมาให้เราได้ลองถึงที่สนามเลย ทำให้เราสามารถเลือกรูปทรงพัตเตอร์ทั้งหมดที่ SIK มีได้ตามต้องการ ก่อนนำเข้ามาประกอบก้านที่มีคอก้านแตกต่างกัน รวมถึงความยาวของก้าน ที่ทั้งหมดเพื่อหาพัตเตอร์ที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด<br />
ผมเลือกพัตเตอร์เป็นรูปทรง DW หรือย่อมาจาก Double Wide คล้ายกับทรงเบลดแบบคลาสสิค แต่เพิ่มพื้นที่ด้านหลังหัวพัตเตอร์ให้กว้างไปทางข้างหลังมากขึ้น โดยนอกจากจะช่วยเพิ่ม MOI แล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการจรดลูก<br />
หลังจากที่ทดสอบแล้ว สิ่งที่ผมชอบที่สุดเลยของ SIK คือ ความรู้สึกในการโรลที่ดีมาก ลูกกลิ้งออกจากหน้าพัตเตอร์ทันที แต่ด้วยความรู้สึกที่สมูธมาก ไม่รู้สึกกระแทก แถมเป็นโรลจริงๆ คือ ลูกกลิ้งไปข้างหน้า ไม่มีอาการสะดุด หรือลอยออกจากหน้าพัตเตอร์เลยแม้แต่น้อย มันให้ความรู้สึกว่าลูกกลิ้งไปตามทางที่เราพัตต์ให้ไลน์ไปจริงๆ<br />
พัตเตอร์ SIK โดดเด่นมากจริงๆ เรื่องการโรลลูกออกจากหน้าไม้ ด้วยเทคโนโลยีที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ ใครที่พัตต์แล้วเรื่องรู้สึกว่าลูกไม่โรล หรือไม่เกาะไลน์อย่างที่ตั้งใจ อยากให้ลองพัตเตอร์ของ SIK ดูครับ นี่ล่ะครับคือนวัตกรรมพัตเตอร์อย่างแท้จริง</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6473/">รีวิวไม้กอล์ฟ : SIK Putter</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade P•790</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6470/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:19:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6470</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลับมาอีกครั้งสำหรับเหล็กรุ่นที่ขายที่สุดของ TaylorMade รุ่น P•790 กับรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถือเป็นเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว P•790 เป็นเหล็กที่ถูกวางตัวให้ใช้ได้กับนักกอล์ฟหลากหลายระดับฝีมือ ด้วยจุดเด่นคือความครบเครื่อง ทั้งรูปลักษณ์ใบที่สวยงาม, เทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ภายใน, ประสิทธิภาพครบทุกด้าน ทั้งการสร้างระยะทาง และการชดเชยความผิดพลาด พระเอกของ P•790 ในทุกเจเนเรชั่นที่ผ่านมาคือ เทคโนโลยี SpeedFoam ในรุ่นใหม่นี้ มันได้ถูกพัฒนายกระดับขึ้นมาเป็น SpeedFoam Air ด้วยการพัฒนาใหม่ให้น้ำหนักเบาลงถึง 69% หรือลดน้ำหนักไปถึงเฉลี่ยถึง 3.5 กรัม แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งการรักษาความของเร็วและยืดหยุ่นของหน้าเหล็กเอาไว้ แถมยังทำให้ได้ความรู้สึกทั้งเสียงและสัมผัสที่ดีขึ้นด้วย น้ำหนักที่ลดลงจากสูตรโฟมใหม่นี้ เปิดโอกาสให้วิศวกรสามารถเพิ่มน้ำหนักให้กับทังสเตนที่ใส่เข้ามาถ่วงน้ำหนัก มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 31 กรัม หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นก่อน เพื่อดึงจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง และเยื้องไปทางปลายใบกว่าเดิม ทำให้นักกอล์ฟสามารถตีเข้าลูกได้แน่นอนขึ้น ไฟลท์บอลของลูกเหินลอยโด่งมากกว่าเดิม รวมถึงใบเหล็กปะทะลูกได้มีความนิ่ง บิดตัวน้อยลง ทำให้ผลงานมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โครงสร้างใบเหล็ก P•790 ยังคงเป็นแบบหลากวัสดุ ตัวโครงหลักเป็นวัสดุ 8620 carbon steel แบบใหม่[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6470/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade P•790</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-22089" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/TaylorMade-P•790_1200x800-copy-2.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>กลับมาอีกครั้งสำหรับเหล็กรุ่นที่ขายที่สุดของ TaylorMade รุ่น P•790 กับรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถือเป็นเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว</strong></p>
<p>P•790 เป็นเหล็กที่ถูกวางตัวให้ใช้ได้กับนักกอล์ฟหลากหลายระดับฝีมือ ด้วยจุดเด่นคือความครบเครื่อง ทั้งรูปลักษณ์ใบที่สวยงาม, เทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ภายใน, ประสิทธิภาพครบทุกด้าน ทั้งการสร้างระยะทาง และการชดเชยความผิดพลาด</p>
<p>พระเอกของ P•790 ในทุกเจเนเรชั่นที่ผ่านมาคือ เทคโนโลยี SpeedFoam ในรุ่นใหม่นี้ มันได้ถูกพัฒนายกระดับขึ้นมาเป็น SpeedFoam Air ด้วยการพัฒนาใหม่ให้น้ำหนักเบาลงถึง 69% หรือลดน้ำหนักไปถึงเฉลี่ยถึง 3.5 กรัม แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งการรักษาความของเร็วและยืดหยุ่นของหน้าเหล็กเอาไว้ แถมยังทำให้ได้ความรู้สึกทั้งเสียงและสัมผัสที่ดีขึ้นด้วย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22082" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2779.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>น้ำหนักที่ลดลงจากสูตรโฟมใหม่นี้ เปิดโอกาสให้วิศวกรสามารถเพิ่มน้ำหนักให้กับทังสเตนที่ใส่เข้ามาถ่วงน้ำหนัก มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 31 กรัม หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นก่อน เพื่อดึงจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง และเยื้องไปทางปลายใบกว่าเดิม ทำให้นักกอล์ฟสามารถตีเข้าลูกได้แน่นอนขึ้น ไฟลท์บอลของลูกเหินลอยโด่งมากกว่าเดิม รวมถึงใบเหล็กปะทะลูกได้มีความนิ่ง บิดตัวน้อยลง ทำให้ผลงานมีความสม่ำเสมอมากขึ้น</p>
<p>โครงสร้างใบเหล็ก P•790 ยังคงเป็นแบบหลากวัสดุ ตัวโครงหลักเป็นวัสดุ 8620 carbon steel แบบใหม่ ที่ช่วยให้ดีไซน์ใบเหล็กในจุดสำคัญได้บางลงถึง 37.5% เพื่อเอื้อต่อการกำหนดตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงอย่างแม่นยำ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22083" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2775.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่หน้าเหล็กเป็นโครงสร้าง L-Face จากวัสดุ 4140 steel ที่ขึ้นรูปด้วยการฟอร์จ หน้าเหล็กบางเพียง 1.5 มิลลิเมตรในจุดที่บางที่สุด ทำให้ยืดหยุ่นสูง ดีดตัวได้ยอดเยี่ยม ช่วยเร่งบอลสปีดสร้างระยะทาง และเพิ่มการเหินของลูก ในขณะที่ยังรักษาความรู้สึกของเหล็กฟอร์จเอาไว้ รวมถึงทำงานร่วมกับร่อง Thru-Slot Speed Pocket ที่ฐานเหล็ก ช่วยเพิ่มการดีดตัวของหน้าเหล็กด้วยเช่นกัน</p>
<p>P790 นอกจากจะเป็นเหล็กที่เน้นการตีไกล ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมแล้ว การชดเชยความผิดพลาดก็สำคัญมาก พวกเขาพัฒนาจุดสวีทสปอตแบบใหม่ให้อยู่ตำแหน่งที่ต่ำลง โดยอิงจากฐานข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างเจาะลึก หน้าเหล็กจะตอบสนองต่อการตีผิดพลาดได้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนักกอล์ฟตีโดนที่ด้านล่างของหน้าเหล็ก ซึ่งมักเป็นจุดที่ตีโดนลูกมากที่สุด ให้ผลงานที่ออกมายังเป็นไปอย่างที่นักกอล์ฟต้องการมากที่สุด</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22084" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2838.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>TaylorMade P•790 รุ่นใหม่ วางขายแบบเซ็ต 7 ชิ้น (4-PW) ด้วยตัวเลือกก้านเหล็ก N.S. PRO Modus3 105 และ N.S. PRO 950 GH Neo ที่ราคาเซ็ตละ 59,900 บาท และตัวเลือกก้านกราไฟต์ Mitsubishi Chemical MMT ที่ราคา 64,900 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของชุดเหล็ก TaylorMade P•790 รุ่นใหม่ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัด โทร.02-019-9743</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-22085" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/12/DSC_2768.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
สวยขึ้น และดูโฉบเฉี่ยวขึ้น นี่คือความประทับใจแรกเลยครับ เมื่อได้เห็นเหล็ก P•790 รุ่นใหม่จากทาง TaylorMade แต่รูปลักษณ์ใบยังคงเป็นมิตรเหมือนเคย ไม่ได้บางเฉียบ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ดูเทอะทะ มันคือความสวยงามที่ลงตัวยิ่งขึ้น<br />
จากรุ่นสู่รุ่น P•790 ขึ้นชื่อมาตลอดเรื่องการเป็นเหล็กที่ตีง่าย และได้ระยะ แต่จุดเด่นที่ผมมองว่าดีขึ้นรุ่นใหม่นี้คือ มันลอยง่ายกว่าเดิมมาก! ความรู้สึกในการตีคือ หน้าเหล็กยังคงทำงานดีดจนรู้สึกได้ ทำให้ได้ระยะดีเหมือนกับรุ่นก่อน แต่ด้วยไฟลท์บอลที่ลอยโด่งมากขึ้น เพื่อที่จะตกกรีนในมุมชันแล้วหยุดมากกว่าเดิม นี่คือจุดเด่นที่ดีขึ้นจนรู้สึกได้เลยของ P•790 ว่า มันลอยมากขึ้นครับ<br />
ถึงแม้หน้าเหล็กของ P•790 จะถือว่าเป็นหน้าเหล็กที่ทำงานดีดตัวค่อนข้างสูง แต่จากที่ลองคือความแน่นอนก็มากเช่นกัน ลูกมีอาการดิ้นส่ายน้อยมาก ค่อนข้างนิ่ง และแน่นอนสูง อย่างยิ่งเมื่อมารวมกับคุณสมบัติที่ลูกลอยมากขึ้นนี้แล้ว ผลงานที่ได้จึงถือว่าดีมากๆ ครับ<br />
เรียกว่ากลับมาครั้งนี้ไม่ผิดหวัง สำหรับ TaylorMade P•790 รุ่นใหม่ ใครชอบเหล็กกลางๆ ไม่บาง ไม่เทอะทะ ตีง่าย แต่ความแน่นอนสูง รุ่นนี้ใช่เลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6470/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade P•790</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : Fujikura Speeder NX</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6467/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:17:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6467</guid>

					<description><![CDATA[<p>วางขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำหรับซีรี่ส์ก้านใหม่ล่าสุดของ Fujikura รุ่น Speeder &#8220;NX&#8221; Speeder NX เป็นซีรี่ส์ใหม่เอี่ยมเลยที่ทาง Fujikura วางตัวมาเพื่อทดแทน Speeder Evolution ด้วยคอนเซ็ปต์ Go Next หรือการก้าวสู่ยุคใหม่ของก้าน Speeder ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรก ต้องบอกก่อนว่าแต่เดิม Fujikura มีผลิตภัณฑ์สองไลน์หลักๆ นั่นคือ ซีรี่ส์ Ventus ที่นิยมมากสำหรับนักกอล์ฟในทัวร์ชั้นนำของโลก ด้วยจุดเด่นคือการเป็นก้านที่มีความแข็งที่ช่วยลดการบิดตัวตลอดตัวก้าน ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมาก และอีกซีรี่ส์คือ Speeder Evolution ที่เป็นก้านที่เน้นความรู้สึกที่นุ่มนวล เหมาะกับกลุ่มนักกอล์ฟเอเชียมากเป็นพิเศษ แต่ใน Speeder NX รุ่นใหม่ คือการผสมผสานจุดเด่นของก้านสองรุ่นนี้เข้าด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาขึ้นมาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรกอย่าง Variable Torque Core หรือ “VTC” VTC คือเทคโนโลยีที่ออกแบบตัวก้านให้อัตราการบิดตัวที่แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง โดยเพิ่มความแข็งเพื่อลดการบิดตัวมากเป็นพิเศษในช่วงปลายก้าน ลดการบิดตัวของหน้าไม้เมื่อปะทะลูก ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมากแบบเดียวกับที่ได้จากก้าน Ventus ขณะที่บริเวณกลางก้านยังให้การดีดตัว และให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลที่เหมาะกับนักกอล์ฟเอเชียของก้าน Speeder Evolution[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6467/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Fujikura Speeder NX</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-21655" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/Fujikura-Speeder-NX_1200x800-copy.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>วางขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำหรับซีรี่ส์ก้านใหม่ล่าสุดของ Fujikura รุ่น Speeder &#8220;NX&#8221;</strong></p>
<p>Speeder NX เป็นซีรี่ส์ใหม่เอี่ยมเลยที่ทาง Fujikura วางตัวมาเพื่อทดแทน Speeder Evolution ด้วยคอนเซ็ปต์ Go Next หรือการก้าวสู่ยุคใหม่ของก้าน Speeder ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรก</p>
<p>ต้องบอกก่อนว่าแต่เดิม Fujikura มีผลิตภัณฑ์สองไลน์หลักๆ นั่นคือ ซีรี่ส์ Ventus ที่นิยมมากสำหรับนักกอล์ฟในทัวร์ชั้นนำของโลก ด้วยจุดเด่นคือการเป็นก้านที่มีความแข็งที่ช่วยลดการบิดตัวตลอดตัวก้าน ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมาก และอีกซีรี่ส์คือ Speeder Evolution ที่เป็นก้านที่เน้นความรู้สึกที่นุ่มนวล เหมาะกับกลุ่มนักกอล์ฟเอเชียมากเป็นพิเศษ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21599" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/10/DSC_2815.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แต่ใน Speeder NX รุ่นใหม่ คือการผสมผสานจุดเด่นของก้านสองรุ่นนี้เข้าด้วยกัน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาขึ้นมาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรกอย่าง Variable Torque Core หรือ “VTC”</p>
<p>VTC คือเทคโนโลยีที่ออกแบบตัวก้านให้อัตราการบิดตัวที่แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง โดยเพิ่มความแข็งเพื่อลดการบิดตัวมากเป็นพิเศษในช่วงปลายก้าน ลดการบิดตัวของหน้าไม้เมื่อปะทะลูก ทำให้ตีแล้วได้ความแน่นอนสูงมากแบบเดียวกับที่ได้จากก้าน Ventus ขณะที่บริเวณกลางก้านยังให้การดีดตัว และให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลที่เหมาะกับนักกอล์ฟเอเชียของก้าน Speeder Evolution เอาไว้</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21600" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/10/DSC_2824.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่สำคัญคือนอกจากลดการบิดตัวแล้ว ยังจะช่วยให้นักกอล์ฟสามารถตีเข้าลูกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตัวก้านจะช่วยเพิ่ม dynamic loft เพื่อให้ค่า Smash Factor ที่ดียิ่งขึ้น และเมื่อมาพร้อมกับการควบคุมหน้าไม้ที่แน่นอน ทั้งหมดนี้จึงทำให้นักกอล์ฟที่ใช้ก้าน Speeder NX สามารถไดร์ฟได้ดีขึ้น ลูกลอยง่ายขึ้น ได้ระยะมากขึ้น ในขณะเดียวกันทิศทางก็แน่นอนมากขึ้น ลูกพุ่งเข้าหาเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากกว่าที่เคยเป็นมา</p>
<p>Speeder NX มาพร้อมแคเรกเตอร์ High-Launch และ Low Spin อย่างที่ก้านไดรเวอร์นั้นควรจะเป็น ขณะเดียวกันในก้านรุ่นนี้มาพร้อมตัวเลือกน้ำหนัก และ Flex ที่หลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มนักกอล์ฟทุกประเภท เริ่มตั้งแต่น้ำหนัก 40 กรัม ใน Flex R2 ไปจนถึงน้ำหนัก 70 กรัม ใน Flex X เลยทีเดียว ด้วยราคาขายที่ก้านละ 12,000 บาท</p>
<p>สำหรับนักกอล์ฟที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของตัวก้าน Fujikura Speeder NX สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.golfshaftsthailand.com หรือโทร.083-882-3344</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21598" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/10/DSC_2835.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ผมมีโอกาสได้ทดสอบก้าน Speeder NX ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดเลยของทาง Fujikura แต่ครั้งนี้ต้องเรียนกันตามตรงครับว่า เป็นการทดสอบชนิดที่แทบไม่ได้จับไม้กอล์ฟมาเลยร่วม 3-4 เดือน ก่อนจะทดสอบก็หวั่นใจนะครับว่า จะตีโดนหรือเปล่า 555 หรือวงจะเพี้ยนหรือไม่<br />
ปกติผมเป็นคนตีเฟดนิดๆ ถ้าพลาดหนักแบบเลวร้ายลูกจะสไลซ์ไปเลย หลายครั้งผมจึงเลือกเล็งติดซ้ายนิดๆ เพื่อที่ถ้าผิดพลาด ก็ยังช่วยชดเชยได้บ้าง แต่พอครั้งนี้ที่ได้ทดสอบเจ้าก้าน Speeder NX จากทาง Golf Shaft Asia บอกเลยครับว่าให้ผลงานได้แน่นอนมากๆ ไฟลท์บอลพุ่งเข้าเป้าหมายได้นิ่งแน่นอน ไม่มีปลิ้น ไม่มีส่ายเลย มีติดเฟดนิดๆ อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เรียกว่าช่วยให้ไดร์ฟได้มั่นใจขึ้นเยอะ กล้าเล็ง กล้าเร่งมากขึ้น ผลงานที่ออกมาทั้งทิศทาง และระยะทางถือว่าน่าพอใจมาก<br />
ส่วนฟีลลิ่งที่ลอง แม้จะลองเป็นก้าน S แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตึงเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ได้ดีดจนยวบยาบ ความรู้สึกที่ได้คือ แน่น และแน่นอน รู้สึกได้ว่าก้านทำงานช่วยเราจนรู้สึกได้<br />
แนะนำให้ลองหาโอกาสทดสอบกันดูนะครับ สำหรับก้าน Speeder NX ตัวใหม่ของทาง Fujikura เป็นก้านที่ให้ความรู้สึกในการตีที่มั่นใจขึ้นเยอะเลย ถ้าใครรู้สึกว่าก้านที่ใช้อยู่ปัจจุบันทื่อๆ หรือไม่ได้ช่วยซัพพอร์ทวงสวิง แนะนำลองก้านรุ่นนี้ดูครับ เป็นก้านที่ช่วยคุณได้แน่นอนครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6467/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Fujikura Speeder NX</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Milled Grind 3</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6463/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 07:15:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6463</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาถึงเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว สำหรับเวดจ์ TaylorMade Milled Grind ที่ถูกเลือกใช้นักกอล์ฟชื่อดังระดับโลกหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น รอรี่ แม็คอิลรอย, ดัสติน จอห์นสัน, คอลลิน โมริกาวะ ฯลฯ รูปลักษณ์ของ Milled Grind 3 มาในคอนเซ็ปต์ Thick-Thin Design ที่ช่วยให้วิศวกรออกแบบน้ำหนักจัดวางจุดศูนย์ถ่วงได้อย่างแม่นยำ จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำในเวดจ์องศา อยู่สูงในเวดจ์องศาสูง เพื่อการควบคุมช็อตการเล่นได้อย่างเหมาะสม ในรุ่นนี้ยังคงใช้เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง RAW Face Technology ที่ทำให้ตัวเวดจ์เป็นสนิมเฉพาะหน้าเวดจ์ เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานต่อหน้าเวดจ์ เพิ่มเติมเข้าไปจากตัวร่อง ZTP groove ที่ถูกออกแบบใหม่ให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น เพื่อให้สร้างสปินได้สูงสุดจากช็อตข้างกรีน รวมถึงที่เพิ่มขึ้นมาคือ ร่องแรกสุดอยู่ชิดกับขอบสันด้านล่างมากขึ้น ตามคำแนะนำของผู้เล่นอย่าง ทอมมี่ ฟลีตวูด เพื่อให้หน้าเวดจ์ทำงานสร้างสปินให้กับลูกได้เร็วขึ้น แต่ TaylorMade นั้นเข้าใจดีว่า บางครั้งเมื่อคุณเล่นลูกสั้นข้างกรีน แค่ช็อต 20, 30 หรือ 40[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6463/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Milled Grind 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-21618" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/1200.jpg" alt="" width="1201" height="801" /></p>
<p><strong>มาถึงเจเนเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว สำหรับเวดจ์ TaylorMade Milled Grind ที่ถูกเลือกใช้นักกอล์ฟชื่อดังระดับโลกหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น รอรี่ แม็คอิลรอย, ดัสติน จอห์นสัน, คอลลิน โมริกาวะ ฯลฯ</strong></p>
<p>รูปลักษณ์ของ Milled Grind 3 มาในคอนเซ็ปต์ Thick-Thin Design ที่ช่วยให้วิศวกรออกแบบน้ำหนักจัดวางจุดศูนย์ถ่วงได้อย่างแม่นยำ จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำในเวดจ์องศา อยู่สูงในเวดจ์องศาสูง เพื่อการควบคุมช็อตการเล่นได้อย่างเหมาะสม</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21593" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2723.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในรุ่นนี้ยังคงใช้เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง RAW Face Technology ที่ทำให้ตัวเวดจ์เป็นสนิมเฉพาะหน้าเวดจ์ เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานต่อหน้าเวดจ์ เพิ่มเติมเข้าไปจากตัวร่อง ZTP groove ที่ถูกออกแบบใหม่ให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น เพื่อให้สร้างสปินได้สูงสุดจากช็อตข้างกรีน</p>
<p>รวมถึงที่เพิ่มขึ้นมาคือ ร่องแรกสุดอยู่ชิดกับขอบสันด้านล่างมากขึ้น ตามคำแนะนำของผู้เล่นอย่าง ทอมมี่ ฟลีตวูด เพื่อให้หน้าเวดจ์ทำงานสร้างสปินให้กับลูกได้เร็วขึ้น</p>
<p>แต่ TaylorMade นั้นเข้าใจดีว่า บางครั้งเมื่อคุณเล่นลูกสั้นข้างกรีน แค่ช็อต 20, 30 หรือ 40 หลา บางครั้งสปีดที่เราใช้ตีก็ไม่มากพอที่จะทำให้สปินได้มากมายนัก ใน MG3 จึงมาพร้อมกับตัวช่วยใหม่ล่าสุดคือ Raised Micro-Ribs</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21595" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2745.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>Raised Micro-Ribs เป็นสันนูนสูง 0.02 มิลลิเมตร และกว้าง 0.25 มิลลิเมตร ที่ถูกเพิ่มเข้ามา อยู่ระหว่างกลางร่องหลัก เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานให้สูงยิ่งขึ้น ช่วยให้นักกอล์ฟทุกระดับฝีมือเล่นเวดจ์ได้มีสปินอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะช็อตข้างกรีนระยะเท่าไหร่ก็ตาม</p>
<p>MG3 ยังคงมาพร้อมกับการเจียรฐาน ด้วยการมิลล์เป็นลายขวางที่ฐานเวดจ์ ช่วยให้การเข้าลูกหนักแน่น แน่นอน และผ่านอุปสรรคได้อย่างหมดจด ที่สำคัญคือ ความสม่ำเสมอในการผลิตสูงสุดในเวดจ์ทุกชิ้น เหนือกว่าการเจียรด้วยมือตามปกติ</p>
<p>TaylorMade Milled Grind 3 วางขายพร้อมกับก้าน True Temper Tour Issue S200 ด้วยตัวเลือกองศาตั้งแต่ 46 องศา ไปถึง 60 องศา โดยมีสีใบเวดจ์ให้เลือกระหว่างสีเงินด้าน (Satin RAW Chrome) หรือสีดำด้าน (Satin RAW Black) ด้วยราคาขายชิ้นละ 7,900 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของเวดจ์ TaylorMade Milled Grind 3 สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัด โทร.02-019-9743</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-21591" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/11/DSC_2761.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ผมเป็นคนที่เฝ้าติดตามพัฒนาการของซีรี่ส์เวดจ์ Milled Grind ของ TaylorMade มาตลอด และได้ลองมาครบทุกเจเนเรชั่น ตั้งแต่รุ่นแรก, รุ่นสอง จนมาถึงรุ่นใหม่ล่าสุดเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว<br />
สิ่งที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Milled Grind มาตลอด นั่นคือ ฐานที่ตีผ่านง่าย ให้ความรู้สึกคลีน ไม่สะดุด และในรุ่นนี้เองก็เช่นกัน จากที่ได้ทดสอบ Milled Grind 3 ยังคงเป็นเวดจ์ที่ตีผ่านได้ง่ายมากในทุกอุปสรรค แม้แต่ไลหญ้าเตียน หรือไลย้อนหญ้าก็ตาม ยังคงให้ความรู้สึกของฐานที่ลื่นไถลผ่านลูกไปได้ง่าย ซึ่งผมมองว่ามันช่วยให้เราเข้าลูกได้แน่นอนและมั่นใจยิ่งขึ้น ต่อให้เจอไลหรืออุปสรรคที่เล่นยากๆ ก็ตาม<br />
รวมถึงไฮไลท์ในช่วงหลังของ Milled Grind คือหน้าเวดจ์ที่เป็นสนิม แถมในรุ่นนี้มีสันเพิ่มขึ้นมา ก็ช่วยให้เล่นลูกสั้นได้มีสปินมากขึ้นนะครับ โดยไม่จำเป็นต้องตีเต็มวงเพื่อที่จะรู้สึกแต่อย่างใด ทำให้เราเล่นลูกสั้นได้รู้สึกง่ายขึ้นมากทีเดียว ช่วยให้กล้าให้น้ำหนักลูกไปตกในกรีนมากขึ้น โดยรวมแล้วเป็นเวดจ์ที่ให้ความรู้สึกมั่นใจ อย่างยิ่งความรู้สึกในการตีผ่านที่สมูธที่นุ่มนวลที่ Milled Grind 3 ทำได้โดดเด่นมากๆ<br />
สรุปว่าชอบเลยครับกับ TaylorMade Milled Grind 3 รุ่นใหม่นี้ ถ้าใครกำลังหาเวดจ์ใหม่อยู่ แนะนำรุ่นนี้เลยครับ ใช้แล้วเล่นลูกสั้นมั่นใจขึ้นเยอะเลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6463/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Milled Grind 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : Mizuno JPX921</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6334/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:10:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6334</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใน JPX921 ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเหล็ก Mizuno เหมือนเช่นในทุกรุ่นที่ผ่านมา นั่นคือ การเป็นเหล็กที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตแบบ Grain Flow Forged ที่ทำให้เนื้อเหล็กเนียนละเอียด มีการเรียงตัวโมเลกุลที่หนาแน่น ส่งผลให้การความรู้สึกในการอิมแพ็คลูกที่นุ่มนวลยากที่แบรนด์ใดจะเลียนแบบใด เสริมด้วยการดีไซน์โมเดลย่อยให้เลือกหลากหลาย ตามความต้องการทุกรูปแบบของนักกอล์ฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นนี้ ที่มีการใช้วัสดุพิเศษอย่าง Chromoly ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโลหะโครเมี่ยม (Chromium) และ โลหะโมลิบดินัม (Molybdenum) ในการผลิตเหล็ก Forged แบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ยิ่งทำให้ดีไซน์ของชุดเหล็กออกมาสวยงามไร้ที่ติมากยิ่งขึ้น ขณะที่ใน JPX921 มีการแบ่งโมเดลชุดเหล็กออกเป็น 3 รุ่นย่อยคือ Tour, Forged และ Hot Metal JPX921 Tour ยังคงถูกออกแบบให้คงความงดงามทุกมุมมอง และประณีตในทุกรายละเอียด ขณะเดียวกันได้ถูกพัฒนาด้านประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น นำมาโดยส่วนโครงสร้าง Stability Frame หลังใบ ที่วางน้ำหนักให้สมดุลอยู่รอบนอกของใบมากขึ้น ช่วยเพิ่มความแน่นอนและความสม่ำเสมอให้มากขึ้นในช็อตตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก เช่นเดียวกับส่วน Cavity Pad ที่ตรงกับตำแหน่งปะทะลูก ปรับดีไซน์ให้หนาขึ้นเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6334/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Mizuno JPX921</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19754" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0570.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>ใน JPX921 ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเหล็ก Mizuno เหมือนเช่นในทุกรุ่นที่ผ่านมา นั่นคือ การเป็นเหล็กที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตแบบ Grain Flow Forged ที่ทำให้เนื้อเหล็กเนียนละเอียด มีการเรียงตัวโมเลกุลที่หนาแน่น ส่งผลให้การความรู้สึกในการอิมแพ็คลูกที่นุ่มนวลยากที่แบรนด์ใดจะเลียนแบบใด เสริมด้วยการดีไซน์โมเดลย่อยให้เลือกหลากหลาย ตามความต้องการทุกรูปแบบของนักกอล์ฟ</strong></p>
<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นนี้ ที่มีการใช้วัสดุพิเศษอย่าง Chromoly ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโลหะโครเมี่ยม (Chromium) และ โลหะโมลิบดินัม (Molybdenum) ในการผลิตเหล็ก Forged แบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ยิ่งทำให้ดีไซน์ของชุดเหล็กออกมาสวยงามไร้ที่ติมากยิ่งขึ้น ขณะที่ใน JPX921 มีการแบ่งโมเดลชุดเหล็กออกเป็น 3 รุ่นย่อยคือ Tour, Forged และ Hot Metal</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19757" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0572-1.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>JPX921 Tour</strong> ยังคงถูกออกแบบให้คงความงดงามทุกมุมมอง และประณีตในทุกรายละเอียด ขณะเดียวกันได้ถูกพัฒนาด้านประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น นำมาโดยส่วนโครงสร้าง Stability Frame หลังใบ ที่วางน้ำหนักให้สมดุลอยู่รอบนอกของใบมากขึ้น ช่วยเพิ่มความแน่นอนและความสม่ำเสมอให้มากขึ้นในช็อตตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก เช่นเดียวกับส่วน Cavity Pad ที่ตรงกับตำแหน่งปะทะลูก ปรับดีไซน์ให้หนาขึ้นเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล และให้ความรู้สึกในการอิมแพ็คของลูกที่ดียิ่งขึ้นด้วย</p>
<p><strong>JPX921 Forged</strong> ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำวัสดุ Chromoly มาใช้ฟอร์จทั้งชิ้น เป็นรุ่นที่มีอยู่ที่จุดเด่นความสมดุลในประสิทธิภาพที่มีครบทุกด้าน โดยเฉพาะเมื่อนำวัสดุ Chromoly มาใช้ เพื่อให้บอลสปีดออกจากหน้าเหล็กที่สูงขึ้น ทำให้มันเป็นเหล็กที่ครบเครื่องทั้งการให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม และการทำให้เกมของคุณดียิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากบอลสปีดที่มากขึ้นแล้ว ใน JPX921 Forged ยังได้ถูกปรับแต่งใหม่ในอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นส่วนช่องบริเวณหลังใบที่ดีไซน์ให้มีขนาดกว้างขึ้น ทำงานร่วมกับ Stability Frame ที่ดีไซน์ใหม่เช่นกันให้วางน้ำหนักอย่างสมดุลขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มความแน่นอนในช็อตที่ตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก ขณะที่ด้วยการเลือกใช้วัสดุ Chromoly ทำให้สามารถรีดหน้าไม้ได้บางลงถึง 35% ช่วยให้สร้างความเร็วของลูกได้สูงยิ่งขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19755" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0601.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>และโมเดลสุดท้ายคือ <strong>JPX921 Hot Metal</strong> เป็นโมเดลที่ผลิตออกมาเอาใจนักกอล์ฟมือใหม่ที่กำลังมองหาชุดเหล็กรูปลักษณ์สวยที่ตีง่าย ได้ระยะ และให้การชดเชยความผิดพลาดมากเป็นพิเศษ ทำให้มีการออกแบบหน้าเหล็กที่ซับซ้อนเป็นเทคโนโลยี COR-TECH ที่จุดกึ่งกลางหน้าไม้บางขึ้น 0.2 มิลลิเมตร รวมถึงโครงสร้างหน้าเหล็กเป็นแบบคัพเฟซ ถูกเชื่อมต่อเข้ากับตัวบอดี้หลักแบบไร้รอยต่อ บริเวณขอบหน้าเหล็กเพิ่มความหนา เพื่อให้การดีดตัวสร้างบอลสปีดได้สูงสุด เสริมด้วย Stability Frame ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยให้ตีได้แน่นอนในช็อตตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก</p>
<p>สำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของชุดเหล็ก JPX921 สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่ คุณกิจติพนธ์ ศาสตร์ทรัพย์ (คุณเจ๋ง) โทร. 083-293-0464</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19758" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_0590.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ต้องบอกว่าตลาดชุดเหล็กตอนนี้ คงไม่มีแบรนด์ไหนร้อนแรงไปกว่า Mizuno Golf อีกแล้ว โดยเฉพาะซีรี่ส์ JPX921 นี้ที่มาแรงมาก โดยเฉพาะโมเดล Hot Metal ที่ HotGolf เราได้รับข้อมูลว่าเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมมาก<br />
แต่สำหรับ JPX921 ในครั้งนี้เราได้รับมาทดสอบเลยทั้ง 3 โมเดล ครบทั้ง Tour, Forged และ Hot Metal ซึ่งจากที่ทดสอบ ต้องขอชมเลยว่า Mizuno แบ่งระดับเหล็กของพวกเขาได้ชัดเจนมาก ไล่ตั้งแต่ Hot Metal ที่ใบใหญ่หนาหน่อย แต่ไม่เทอะทะ จุดเด่นคือ ตีได้ระยะที่สุด ลูกลอยง่ายที่สุด จึงไม่แปลกใจเลยว่ามันถึงเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมมาก เพราะตีง่ายที่สุด ถือเป็นโมเดลเริ่มต้นที่เหมาะอย่างยิ่งกับนักกอล์ฟแฮนดิแคปสูง มือใหม่ หรือแม้แต่มือกลางๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน ในกรณีที่นักกอล์ฟอยากเพิ่มระยะเหล็กของตนเอง รวมถึงต้องการการชดเชยความผิดพลาดที่มากขึ้น<br />
โมเดลต่อมาคือ Forged ที่มาพร้อมแคเรกเตอร์ชื่อรุ่นเลย นั่นคือ ความนุ่มนวล รวมถึงรูปลักษณ์ใบที่เล็กบางลงมาจาก Hot Metal อยู่ในระดับกลางๆ จากที่ทดสอบแล้วเป็นเหล็กที่มีประสิทธิครบรอบด้าน เหมาะกับนักกอล์ฟมือกลางที่เน้นฟีลลิ่ง ต้องการการควบคุมแน่นอน และการชดเชยความผิดพลาดในระดับหนึ่ง แต่ไม่ต้องการะยะทางเหมือน Hot Metal ก็จะเหมาะกับรุ่นนี้มากที่สุด<br />
โมเดลสุดท้ายคือ Tour ที่เหมาะกับมือดีเท่านั้น ใบเล็กบางแต่สวยงาม ไม่ได้ใส่เทคโนโลยีช่วยสร้างระยะทางมากนัก นักกอล์ฟที่ใช้จึงต้องมีสปีดและแม่นลูกพอสมควร ไม่งั้นระยะหายแน่นอน แต่แลกมาด้วยความแน่นอนที่แน่นอนมาก จุดตกลูกกอล์ฟเกาะกลุ่มดีมาก มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนี่ถึงเป็นโมเดลยอดนิยมของนักกอล์ฟฝั่งทัวร์ โดยเฉพาะผู้เล่นที่ติดไม่สัญญาอย่าง บรูคส์ เคปก้า หรือแม้แต่ โปรแจ๊ส อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ของเรา<br />
Mizuno JPX921 ทั้งสามรุ่นแบ่งระดับและแคเรกเตอร์ชัดเจน ทั้งหมดมาพร้อมฟีลลิ่งความนุ่มแน่นตามแบบฉบับ Mizuno ถ้าใครอยากรู้ว่าคำพูดที่ว่า &#8220;Nothing Feels Like A Mizuno&#8221; ว่าเป็นอย่างไร ไปลองจากเหล็กสามรุ่นนี้ได้เลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6334/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Mizuno JPX921</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Hi-Toe RAW</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6331/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:09:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6331</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบในครั้งนี้คือ เวดจ์รุ่นใหม่ของทาง TaylorMade รุ่น Hi-Toe Raw Hi-Toe Raw ไม่ใช่รุ่นใหม่เอี่ยมเลยเสียทีเดียว เพราะนี่คือการต่อยอดดีไซน์เวดจ์รุ่น Hi-Toe ที่ TaylorMade เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นเวดจ์ที่ถูกพัฒนาดีไซน์ขึ้นใหม่ ให้มีพื้นที่หน้าเวดจ์ฝั่งปลายสูงขึ้น ทำให้นักกอล์ฟพลิกแพลงเล่นเกมลูกสั้นได้หลากหลายขึ้น ขณะเดียวกันก็เอื้อให้ขยับจุดศูนย์ถ่วงได้สูงขึ้น ช่วยให้ลูกลอยต่ำลง และสร้างสปินได้มากขึ้น จากเวดจ์ Hi-Toe ในรุ่นใหม่นี้ Hi-Toe Raw ได้ถูกอัพเกรดประสิทธิภาพให้สูงยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี RAW Face ซึ่งมาพร้อมกับร่อง ZTP RAW Groove Design ด้วยหน้าเวดจ์ที่เป็นสนิม และตัวร่องที่ถูกออกแบบให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น ทำให้เป็นหน้าเวดจที่สามารถสร้างแรงเสียดทานขณะปะทะลูกกอล์ฟได้สูงขึ้น เพื่ออัตราสปินลูก และให้ความแน่นอนมากขึ้น แม้ในสภาพอากาศที่ชื้นก็ตาม อย่างยิ่งกับรุ่นนี้ที่มีการเพิ่มลายยิงเลเซอร์ Laser Etched Pattern เข้ามาเสริมช่วยด้วย ทำให้ยิ่งการันตีว่า Hi-Toe Raw จะเป็นเวดจ์ที่สร้างสปินได้สูงสุดอย่างแน่นอน นอกจากการต่อยอดดีไซน์แบบ Hi-Toe[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6331/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Hi-Toe RAW</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19686" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/TaylorMade_Hi_Toe_Raw_wedge-2.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบในครั้งนี้คือ เวดจ์รุ่นใหม่ของทาง TaylorMade รุ่น Hi-Toe Raw</strong></p>
<p>Hi-Toe Raw ไม่ใช่รุ่นใหม่เอี่ยมเลยเสียทีเดียว เพราะนี่คือการต่อยอดดีไซน์เวดจ์รุ่น Hi-Toe ที่ TaylorMade เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นเวดจ์ที่ถูกพัฒนาดีไซน์ขึ้นใหม่ ให้มีพื้นที่หน้าเวดจ์ฝั่งปลายสูงขึ้น ทำให้นักกอล์ฟพลิกแพลงเล่นเกมลูกสั้นได้หลากหลายขึ้น ขณะเดียวกันก็เอื้อให้ขยับจุดศูนย์ถ่วงได้สูงขึ้น ช่วยให้ลูกลอยต่ำลง และสร้างสปินได้มากขึ้น</p>
<p>จากเวดจ์ Hi-Toe ในรุ่นใหม่นี้ Hi-Toe Raw ได้ถูกอัพเกรดประสิทธิภาพให้สูงยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี RAW Face ซึ่งมาพร้อมกับร่อง ZTP RAW Groove Design ด้วยหน้าเวดจ์ที่เป็นสนิม และตัวร่องที่ถูกออกแบบให้คมขึ้น, แคบขึ้น และลึกขึ้น ทำให้เป็นหน้าเวดจที่สามารถสร้างแรงเสียดทานขณะปะทะลูกกอล์ฟได้สูงขึ้น เพื่ออัตราสปินลูก และให้ความแน่นอนมากขึ้น แม้ในสภาพอากาศที่ชื้นก็ตาม</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19688" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1578.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>อย่างยิ่งกับรุ่นนี้ที่มีการเพิ่มลายยิงเลเซอร์ Laser Etched Pattern เข้ามาเสริมช่วยด้วย ทำให้ยิ่งการันตีว่า Hi-Toe Raw จะเป็นเวดจ์ที่สร้างสปินได้สูงสุดอย่างแน่นอน</p>
<p>นอกจากการต่อยอดดีไซน์แบบ Hi-Toe แล้ว ในรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมหน้าเวดจ์ Full Face Scoring Lines ร่องหน้าไม้ที่ถูกออกแบบให้เต็มพื้นผิวสัมผัส เพื่อความมั่นใจในการเข้าปะทะลูกควบคุมทิศทาง และอัตราสปินได้อย่างแม่นยำ โดยจะมีเฉพาะในองศาหน้าไม้ 56, 58, 60 และ 62 องศา เพื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นลูกข้างกรีนอย่างเต็มที่</p>
<p>อีกหนึ่งจุดที่เวดจ์ดีๆ จะขาดไปไม่ได้เลย นั่นคือ เรื่องการเจียรฐาน โดย TaylorMade Hi-Toe Raw ยังคงใช้รูปแบบการเจียรฐาน Milled Grind เป็นลายขวางที่ฐานเวดจ์ ช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้ตีผ่านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังการผลิตด้วยขั้นตอนการมิลล์ ซึ่งให้มาตรฐานความแน่นอนสูงมาก เมื่อเทียบกับการเจียรฐานที่ใช้ช่างที่เป็นคนปกติ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19690" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1580.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>พร้อมด้วยตัวเลือก Bounce หลากหลายทั้ง Low bounce (7°) สำหรับสวิงแบบกวาด หรือการเล่นในพื้นที่แข็ง, Standard (9°-10°) สำหรับการเล่นที่ค่อนข้างหลากหลาย และไฮไลท์คือ Bigfoot (15°) สำหรับนักกอล์ฟที่สวิงชัน ตีแล้วไดวอทเยอะ รวมถึงการเล่นบนพื้นที่ค่อนข้างนุ่ม</p>
<p>เวดจ์ TaylorMade Hi-Toe Raw มาพร้อมการทำสีใบเวดจ์แบบ New Aged Copper Finish สีสนิมทองแดงใหม่สุดคลาสสิค ที่เมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศเมื่อใช้งานได้ระยะหนึ่ง สีจะดูเข้มดุดันยิ่งขึ้น พร้อมเสียบก้าน Dynamic Gold S200 ที่ให้ความนุ่มนวล และราบรื่นตลอดการสวิง</p>
<p>TaylorMade Hi-Toe Raw มีราคาขายที่ชิ้นละ 7,900 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของเวดจ์ สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัดโทร. 02 019 9743</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19687" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1574.jpg" alt="" width="602" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ก่อนหน้านี้ทีมงาน HotGolf เราเคยมีโอกาสได้ทดสอบเวดจ์ TaylorMade Milled Grind 2 มาแล้ว แต่กับรุ่น Hi-Toe RAW ต้องบอกว่าต่างกันชัดเจน ต่างกันตั้งแต่รูปลักษณ์ที่ใบใหญ่กว่า เหมาะกับสายฟล็อปสายปั่นลูกอย่างแท้จริง 555 ใครที่ชอบพลิกแพลงลูกสั้นน่าจะชอบครับกับเวดจ์ที่มีพื้นที่ให้เล่นเพิ่มแบบนี้<br />
จากที่ทดสอบฟีลลิ่งถือว่า ค่อนข้างใกล้เคียง Milled Grind 2 ครับ ฟีลลิ่งในการตีผ่านสมูธนุ่มนวลมาก แต่ที่ต่างคือเวลาเล่นช็อตฟล็อปจะรู้สึกว่าหน้าเวดจ์ทำงานได้เต็มที่กว่า ทำงานได้เต็มที่ทั้งหน้าเวดจ์ เต็มที่ทั้งร่องที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามา อย่างที่ผมเรียนข้างต้นว่า นักกอล์ฟที่ชอบเล่นพลิกแพลงช็อตข้างกรีนน่าจะถูกใจมากกับเวดจ์ตัวนี้<br />
รวมถึงพอเราเล่นช็อตแบบนี้ ทำให้สปินที่ได้ค่อนข้างจัดกว่าเวดจ์แบบปกติ จากที่ทดสอบแม้บางช็อตมีท็อปๆ บ้าง ลูกก็ยังหยุดให้ดีมาก ซึ่งสำคัญนะครับกับการเก็บลูกไว้บนกรีนเพื่อพัตต์ได้ ทั้งที่เป็นช็อตที่เล่นผิดพลาดแบบนี้ อีกทั้งยังช่วยให้เรากล้าเล่นลูกสั้นโดยเล็งไปที่เป้าหมายมากขึ้น เพราะเชื่อว่าด้วยเวดจ์ตัวนี้จะช่วยหยุดลูกให้เราได้แน่ๆ<br />
ใครชอบเล่นลูกสั้น แนะนำเลยครับลองหาเวดจ์ TaylorMade Hi-Toe RAW แล้วเกมข้างกรีนของคุณจะมีอะไรให้เล่นเยอะเลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6331/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade Hi-Toe RAW</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR Carry Q</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6327/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:08:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6327</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากซีรี่ส์ Rescu “Q” ที่ถือว่าโดดเด่นมาก ด้วยการเป็นไม้ที่ช่วยตีลูกออกจากทุกอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ครั้งนี้ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบอีกหนึ่งซีรี่ส์จาก PRGR ที่ทำออกมาคู่กันอย่าง “Carry Q” จากที่เมื่อสองปีที่แล้ว PRGR เปิดตัวซีรี่ส์ไฮบริดที่มีชื่อว่า Rescu “Q” โดยจุดเด่นของมันคือ เป็นตัวช่วยสำหรับการแก้ไขเล่นลูกออกจากอุปสรรคต่างๆ ทั้งจากรัฟ, พื้นเอียง, บังเกอร์ หรือแม้แต่ในรอยไดวอทก็ตาม ด้วยท้องไม้เป็นรูปทรง V-shape เพื่อลดจุดสัมผัสกับพื้นให้สามารถตีผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่คอนเซ็ปต์ของ Carry Q นั้นต่างกับ Rescu Q ชัดเจน ด้วยการเป็นหัวไม้ที่เน้นสร้างระยะทางโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือนักกอล์ฟเวลาตีช็อตที่ต้องเสี่ยงในการข้ามอุปสรรค เช่น อุปสรรคน้ำ หรือบังเกอร์ ให้สามารถตีข้ามได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล ไปจนถึงช็อตยาวที่ต้องการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง เช่น หลุมพาร์ 3 ยาว, ช็อตที่ต้องขึ้นกรีนไกลๆ หรือแม้แต่การตีจากแท่นทีที่ต้องการคอนโทรลลูกให้อยู่ในแฟร์เวย์ จุดเด่นของ Carry Q คือ ดีไซน์รูปทรงของหัวแบบแชลโลว์เฟซ ออกแบบให้กระดองราบ และท้องไม้มีจุดสัมผัสน้อยที่สุด ช่วยให้ตีผ่านพื้นหญ้าได้ง่าย ลดแรงเสียดทาน[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6327/">รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR Carry Q</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19681" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1558.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>จากซีรี่ส์ Rescu “Q” ที่ถือว่าโดดเด่นมาก ด้วยการเป็นไม้ที่ช่วยตีลูกออกจากทุกอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ครั้งนี้ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบอีกหนึ่งซีรี่ส์จาก PRGR ที่ทำออกมาคู่กันอย่าง “Carry Q”</strong></p>
<p>จากที่เมื่อสองปีที่แล้ว PRGR เปิดตัวซีรี่ส์ไฮบริดที่มีชื่อว่า Rescu “Q” โดยจุดเด่นของมันคือ เป็นตัวช่วยสำหรับการแก้ไขเล่นลูกออกจากอุปสรรคต่างๆ ทั้งจากรัฟ, พื้นเอียง, บังเกอร์ หรือแม้แต่ในรอยไดวอทก็ตาม ด้วยท้องไม้เป็นรูปทรง V-shape เพื่อลดจุดสัมผัสกับพื้นให้สามารถตีผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น</p>
<p>แต่คอนเซ็ปต์ของ Carry Q นั้นต่างกับ Rescu Q ชัดเจน ด้วยการเป็นหัวไม้ที่เน้นสร้างระยะทางโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือนักกอล์ฟเวลาตีช็อตที่ต้องเสี่ยงในการข้ามอุปสรรค เช่น อุปสรรคน้ำ หรือบังเกอร์ ให้สามารถตีข้ามได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19682" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1572.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>ไปจนถึงช็อตยาวที่ต้องการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง เช่น หลุมพาร์ 3 ยาว, ช็อตที่ต้องขึ้นกรีนไกลๆ หรือแม้แต่การตีจากแท่นทีที่ต้องการคอนโทรลลูกให้อยู่ในแฟร์เวย์</p>
<p>จุดเด่นของ Carry Q คือ ดีไซน์รูปทรงของหัวแบบแชลโลว์เฟซ ออกแบบให้กระดองราบ และท้องไม้มีจุดสัมผัสน้อยที่สุด ช่วยให้ตีผ่านพื้นหญ้าได้ง่าย ลดแรงเสียดทาน เพื่อสร้างความเร็วหัวไม้ได้มากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ตัวหัวไม้ยังวางตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงไว้ต่ำ ด้วยการใช้ทังสเตนเป็นตัวดึงน้ำหนัก ทำให้เข้าปะทะลูกได้หนักแน่น เสริมด้วยร่องที่ด้านฐานติดกับหน้าไม้ ช่วยเพิ่มการดีดตัวของหน้าไม้ ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Carry Q เป็นไฮบริดที่สามารถตีลูกให้ลอยสร้างระยะทางได้มากขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19683" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1562.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>สำหรับ Carry Q แบ่งออกเป็นหัวไม้แฟร์เวย์ Q3+ (16.5 องศา) และ Q3 (19 องศา) วัสดุเป็นไทเทเนียม และมีทังสเตนถ่วงน้ำหนักดึงจุด CG ให้ลึกขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างระยะทางได้อย่างเต็มที่ โดยมีราคาขายทั่วไปที่ชิ้นละ 15,500 บาท</p>
<p>ส่วนไฮบริด Q4 (20 องศา) และ Q5 (24 องศา) วัสดุเป็นมาราจจิ้งสตีล จุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำ เน้นตีให้ลูกลอยง่ายที่สุด โดยมีราคาขายทั่วไปที่ชิ้นละ 13,500 บาท</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของ PRGR Carry Q สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท กอล์ฟเทรนด์ เอเชีย จำกัด โทร.02-300-6780</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-19680" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC_1563.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
จากที่เคยได้ทดสอบไฮบริด PRGR Rescu “Q” ที่บอกเลยว่าเป็นรุ่นที่ผมชอบมาก เพราะตีง่าย โดยเฉพาะการตีจากรัฟที่แทบจะรับประกันว่าเข้าบอลได้เต็มแน่ๆ จนมาถึงครั้งนี้ PRGR Carry Q ที่เราได้รับมาทดสอบทั้งหัวไม้แฟร์เวย์ และไฮบริด พร้อมกันเลยครับ<br />
ฟีลลิ่งที่ทดสอบเลยคือ &#8220;วิบ&#8221; ครับ หัวไม้ให้ความรู้สึกตีผ่านได้คลีนมากๆ ผ่านเข้าไปปะทะลูกได้หนักแน่นได้ใจ ซึ่งฟีลลิ่งการอิมแพ็คให้ความรู้สึกที่กระแทกลูกมากครับ ลูกจะพุ่งออกไปทันที ส่วนผลงานที่ได้ค่อนข้างประทับใจ แม้ก้านจะดีดให้ความรู้สึกหนึบแน่น แต่ก็ควบคุมให้อยู่ในทิศทางได้ดีมาก<br />
อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบเลยคือ ความต่างของสองรุ่นนี้นั้นชัดเจน ไฟลท์บอลของหัวไม้จะพุ่งกว่า ตามแคเรกเตอร์ที่ออกมาให้พุ่งสร้างระยะทาง ส่วนไฮบริดจะเน้นตีลอยเป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีมากเมื่อต้องขึ้นกรีนในช็อตยาวๆ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกตกมุมชันแล้วหยุดมากขึ้น<br />
โดยรวมแล้ว PRGR Carry Q ยังเป็นไม้ที่รับประกันการตีง่ายเหมือนเช่นเคย ใครที่หัวไม้แฟร์เวย์ไม่ค่อยได้ระยะทาง หรือตีไฮบริดไม่ค่อยลอย ลองมาทดสอบรุ่นนี้ดูครับ น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณอย่างแน่นอน</p>
<p><em>**สั่งซื้อยูทิลินี้ PRGR Carry Q สินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6327/">รีวิวไม้กอล์ฟ : PRGR Carry Q</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวลูกกอล์ฟ : Srixon Z-Star &#038; Z-Star XV</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:05:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6323</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในลูกกอล์ฟรุ่นท็อปไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเสมอมา สำหรับ Srixon Z-Star และ Z-Star XV ที่มีการพัฒนาอย่างมาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดที่เพิ่งถูกเปิดตัวออกมาที่ถือเป็นเจเนเรชั่นที่ 7 ของลูกกอล์ฟรุ่นนี้เข้าไปแล้ว คอนเซ็ปต์ในการพัฒนาลูกกอล์ฟรุ่นใหม่ของ Srixon คือ “ต้องดีที่สุดเท่านั้น” ด้วยการพัฒนาจากจุดที่เล็กที่สุดตั้งแต่โมเลกุลไปจนถึงรอยบุ๋มของลูกกอล์ฟ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกช็อตการเล่น ทั้งระยะทางที่ไกลขึ้น ไปจนถึงการควบคุมที่เหนือกว่า ลูกกอล์ฟ Z-Star รุ่นใหม่ทุกลูกบริเวณเปลือกภายนอกผลิตขึ้นจากเทอร์โมพลาสติก ยูรีเทนชั้นเยี่ยม ที่มีความบางเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตกหยุดบริเวณรอบกรีนและนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการสปินได้มากขึ้น ด้วยเปลือกที่บางของลูกกอล์ฟ Z-Star จึงมีการเคลือบผิวด้วยสารเคลือบผิว Spin Skin with SeRM ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยให้ลูกกอล์ฟมีความทนทานมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มแรงสียดทาน ทำให้การสปินเพิ่มมากขึ้นจากการชิพและพิทช์ แกนกลางของ Z-Star เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ด้วยวิธีการใช้การอบความร้อนแบบพิเศษ ทำให้เกิดแกนกลางแบบไล่ระดับ ที่มีแกนกลางที่อ่อนนุ่มไปสู่รอบนอกที่มีความแข็ง และการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความอ่อน-แข็ง ทำให้ลูกมีความเร็วมากขึ้นและมอบความรู้สึกอันยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยให้คุณเล่นได้อย่างมั่นใจและตีได้ไกลขึ้นกว่าเดิมจากไม้กอล์ฟทุกชิ้นในถุง จากภายในสู่ภายนอก ลูกกอล์ฟ Z-Star รุ่นใหม่มาพร้อมกับรอยบุ๋มแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ มีรอยบุ๋ม 338 รอย และถูกออกแบบใหม่ให้ลึกขึ้น ช่วยให้ลูกกอล์ฟสามารถที่พุ่งแหวกอากาศได้ดีขึ้นแม้ในสภาวะที่มีลมแรง นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงยกส่งผลให้ลูกพุ่งสูงขึ้นและยังช่วยให้ลอยอยู่ในอากาศได้นานกว่าเดิม ทำให้ได้ระยะทางที่เพิ่มขึ้น[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6323/">รีวิวลูกกอล์ฟ : Srixon Z-Star &amp; Z-Star XV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19422" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/145593324_10159198864282630_3776359683719558094_o.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>เป็นหนึ่งในลูกกอล์ฟรุ่นท็อปไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเสมอมา สำหรับ Srixon Z-Star และ Z-Star XV ที่มีการพัฒนาอย่างมาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดที่เพิ่งถูกเปิดตัวออกมาที่ถือเป็นเจเนเรชั่นที่ 7 ของลูกกอล์ฟรุ่นนี้เข้าไปแล้ว</strong></p>
<p>คอนเซ็ปต์ในการพัฒนาลูกกอล์ฟรุ่นใหม่ของ Srixon คือ “ต้องดีที่สุดเท่านั้น” ด้วยการพัฒนาจากจุดที่เล็กที่สุดตั้งแต่โมเลกุลไปจนถึงรอยบุ๋มของลูกกอล์ฟ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกช็อตการเล่น ทั้งระยะทางที่ไกลขึ้น ไปจนถึงการควบคุมที่เหนือกว่า</p>
<p>ลูกกอล์ฟ Z-Star รุ่นใหม่ทุกลูกบริเวณเปลือกภายนอกผลิตขึ้นจากเทอร์โมพลาสติก ยูรีเทนชั้นเยี่ยม ที่มีความบางเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตกหยุดบริเวณรอบกรีนและนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการสปินได้มากขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18502" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/155456560_10159278292012630_3648187696571651264_o.jpg" alt="" width="600" height="472" /></p>
<p>ด้วยเปลือกที่บางของลูกกอล์ฟ Z-Star จึงมีการเคลือบผิวด้วยสารเคลือบผิว Spin Skin with SeRM ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยให้ลูกกอล์ฟมีความทนทานมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มแรงสียดทาน ทำให้การสปินเพิ่มมากขึ้นจากการชิพและพิทช์</p>
<p>แกนกลางของ Z-Star เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ด้วยวิธีการใช้การอบความร้อนแบบพิเศษ ทำให้เกิดแกนกลางแบบไล่ระดับ ที่มีแกนกลางที่อ่อนนุ่มไปสู่รอบนอกที่มีความแข็ง และการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความอ่อน-แข็ง ทำให้ลูกมีความเร็วมากขึ้นและมอบความรู้สึกอันยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยให้คุณเล่นได้อย่างมั่นใจและตีได้ไกลขึ้นกว่าเดิมจากไม้กอล์ฟทุกชิ้นในถุง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18504" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/146335638_10159207221687630_1913438251544906476_o.jpg" alt="" width="600" height="606" /></p>
<p>จากภายในสู่ภายนอก ลูกกอล์ฟ Z-Star รุ่นใหม่มาพร้อมกับรอยบุ๋มแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ มีรอยบุ๋ม 338 รอย และถูกออกแบบใหม่ให้ลึกขึ้น ช่วยให้ลูกกอล์ฟสามารถที่พุ่งแหวกอากาศได้ดีขึ้นแม้ในสภาวะที่มีลมแรง นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงยกส่งผลให้ลูกพุ่งสูงขึ้นและยังช่วยให้ลอยอยู่ในอากาศได้นานกว่าเดิม ทำให้ได้ระยะทางที่เพิ่มขึ้น แม้ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม</p>
<p>Z-Star รุ่นใหม่ยังคงมาพร้อมตัวเลือก 2 โมเดลย่อยที่นักกอล์ฟคุ้นเคย ให้นักกอล์ฟได้เลือกใช้ตามความต้องการ ระหว่าง Z-Star และ Z-Star XV</p>
<p>สำหรับ Z-Star เป็นลูกกอล์ฟโครงสร้าง 3 ชั้น ดีไซน์ลดความหนาของเปลือกลงจากรุ่น 0.01 มม. มาเหลืออยู่ที่ 0.6 มม. เพื่อเพิ่มการสปินและการควบคุมบริเวณรอบกรีนที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้โดยรวมยังถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการตีที่ได้ระยะทางที่ไกลขึ้นและมีความรู้สึกที่นุ่มนวลเป็นพิเศษ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18503" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/158272784_4320768061283944_6250035835172865543_o.jpg" alt="" width="600" height="599" /></p>
<p>ขณะที่ Z-Star XV เป็นรุ่นที่เน้นการสร้างระยะทางเป็นพิเศษ ด้วยแกนในแบบใหม่ที่มาช่วยเพิ่มสปริงตัวของลูก ทำให้ความเร็วลูกสูงขึ้น และตีได้ไกลขึ้น โดยไม่ลดทอนสัมผัสที่นุ่มนวลลง</p>
<p>ลูกกอล์ฟ Srixon Z-Star และ Z-Star XV รุ่นใหม่ มีราคาขายอยู่ที่โหลละ 2,100 บาท นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซิกซอน สปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-631-1441-42</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18501" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/DSC_0376.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
Srixon Z-Star และ Z-Star XV เป็นลูกกอล์ฟรุ่นขวัญใจของนักกอล์ฟคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยประสิทธิภาพที่แทบไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว รวมถึงราคาที่เป็นมิตรกว่าเมื่อเทียบกับลูกกอล์ฟรุ่นท็อปของแบรนด์อื่นๆ<br />
ผมได้ทดสอบทั้ง Z-Star และ Z-Star XV โดยความรู้สึกที่ชอบเลยคือ นุ่มทั้งคู่ ตามสไตล์ค่ายอุปกรณ์กอล์ฟของฝั่งญี่ปุ่นที่เรื่องฟีลลิ่งเป็นสิ่งสำคัญ แต่ประสิทธิภาพที่ได้ก็ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน จุดเด่นคือการที่ลูกลอยตรงดีมาก คือ ทั้งลอย และตรงทิศทางดีมากจนรู้สึกได้ ไม่ว่าจะเป็นช็อตด้วยไดรเวอร์ หรือจากเหล็ก มันช่างลอยตรงดีเหลือเกิน ขณะที่ในการเล่นช็อตขึ้นกรีน ก็ให้อัตราการตกหยุดที่น่าประทับใจมาก<br />
ในขณะที่หลายแบรนด์ทำลูกกอล์ฟที่ให้ความรู้สึกเฟิร์มขึ้น เพื่อสามารถตีได้ไกลขึ้น แต่ผมว่า Srixon ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านฟีลลิ่งของตัวเองได้เป็นอย่าง โดยเฉพาะความนุ่มที่ผมบอกเลยว่าชอบมากๆ โดยไม่ได้สูญเสียประสิทธิภาพด้านอื่นๆ ไป ยังคงลอยง่ายได้ทั้งทิศทางและระยะทาง จึงมั่นใจได้เลยครับว่า Z-Star และ Z-Star XV รุ่นใหม่นี้จะยังคงเป็นลูกกอล์ฟขวัญใจนักกอล์ฟอย่างที่เคยเป็นมาอย่างแน่นอน</p>
<p>**สั่งซื้อลูกกอล์ฟ Srixon Z-Star และ Z-Star XV รวมถึงสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6323/">รีวิวลูกกอล์ฟ : Srixon Z-Star &amp; Z-Star XV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade SIM2</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6320/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:03:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6320</guid>

					<description><![CDATA[<p>คอลัมน์ทดสอบอุปกรณ์กอล์ฟครั้งนี้ต้องบอกว่าน่าตื่นเต้นมากครับ เมื่อ HotGolf ของเราจะได้ทดสอบหัวไม้รุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ สำหรับ TaylorMade &#8220;SIM2&#8221; SIM2 คือการเข้าต่อยอดความสำเร็จจาก SIM รุ่นแรก ด้วยคอนเซ็ปต์ Shape in Motion ด้วยรูปทรงที่ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพด้านแอโร่ไดนามิกส์สูงสุด จนสามารถสร้างความเร็วแหวกอากาศได้สูง ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ตอนที่หัวไม้เข้าปะทะลูกกอล์ฟนั่นเอง แต่รูปทรงของ SIM ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง โดยเฉพาะการที่หัวไม้นั้นต้องมีโครงสร้างหลักเพื่อให้แข็งแรงมากพอ ในรุ่น SIM2 นี้ ทาง TaylorMade จึงมีการคิดค้นค้นโครงสร้างแบบใหม่ที่เรียกว่า Forgrd Ring Construction ใช้วัสดุอลูมินั่มรูปวงแหวน ที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงสูง เป็นโครงเชื่อมระหว่างหน้าไม้, กระดอง และท้องไม้เข้าด้วยกัน โครงสร้างนี้คือสิ่งที่ปลดล็อกสิ่งที่ SIM รุ่นแรกทำไม่ได้ และนั่นทำให้ SIM2 ถูกออกแบบให้ดีไซน์ที่แหวกอากาศได้ยิ่งกว่าเดิม นำมาสู่ความเร็วที่มากขึ้น และแปรเปลี่ยนเป็นระยะทางที่มากขึ้น นอกจากจะเร็วแหวกอากาศแล้ว SIM2 ยังคงถูกสร้างให้ชดเชยความผิดพลาดได้สูงสุด ทั้งการวางน้ำหนักสร้าง MOI ได้สูง ตลอดจน Twist Face[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6320/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade SIM2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-19420" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2023/05/DSC_0521-1.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>คอลัมน์ทดสอบอุปกรณ์กอล์ฟครั้งนี้ต้องบอกว่าน่าตื่นเต้นมากครับ เมื่อ HotGolf ของเราจะได้ทดสอบหัวไม้รุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ สำหรับ TaylorMade &#8220;SIM2&#8221;</strong></p>
<p>SIM2 คือการเข้าต่อยอดความสำเร็จจาก SIM รุ่นแรก ด้วยคอนเซ็ปต์ Shape in Motion ด้วยรูปทรงที่ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพด้านแอโร่ไดนามิกส์สูงสุด จนสามารถสร้างความเร็วแหวกอากาศได้สูง ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ตอนที่หัวไม้เข้าปะทะลูกกอล์ฟนั่นเอง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18495" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/DSC_0564.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>แต่รูปทรงของ SIM ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง โดยเฉพาะการที่หัวไม้นั้นต้องมีโครงสร้างหลักเพื่อให้แข็งแรงมากพอ ในรุ่น SIM2 นี้ ทาง TaylorMade จึงมีการคิดค้นค้นโครงสร้างแบบใหม่ที่เรียกว่า Forgrd Ring Construction ใช้วัสดุอลูมินั่มรูปวงแหวน ที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงสูง เป็นโครงเชื่อมระหว่างหน้าไม้, กระดอง และท้องไม้เข้าด้วยกัน</p>
<p>โครงสร้างนี้คือสิ่งที่ปลดล็อกสิ่งที่ SIM รุ่นแรกทำไม่ได้ และนั่นทำให้ SIM2 ถูกออกแบบให้ดีไซน์ที่แหวกอากาศได้ยิ่งกว่าเดิม นำมาสู่ความเร็วที่มากขึ้น และแปรเปลี่ยนเป็นระยะทางที่มากขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18494" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/DSC_0560.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>นอกจากจะเร็วแหวกอากาศแล้ว SIM2 ยังคงถูกสร้างให้ชดเชยความผิดพลาดได้สูงสุด ทั้งการวางน้ำหนักสร้าง MOI ได้สูง ตลอดจน Twist Face เทคโนโลยีรูปทรงหน้าไม้ที่คล้ายกับการบิด ซึ่งจะช่วยให้การตีผิดพลาดในจุดต่างๆ ของหน้าไม้ ส่งลูกกลับเข้าสู่เป้าหมายมากขึ้น</p>
<p>TaylorMade SIM2 ยังคงมีให้เลือกถึง 3 โมเดลย่อยที่มีแคเรกเตอร์แตกต่าง ระหว่าง SIM2 โมเดลที่ให้ความรู้สึกหนักแน่น วางน้ำหนักให้สปินต่ำที่สุด และแต่งช็อตง่ายที่สุด</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18496" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/DSC_0550.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>SIM2 Max โมเดลชดเชยความผิดพลาดสูง ตีลูกลอยง่าย และได้ระยะ และ SIM2 Max D โมเดลที่มีแคเรกเตอร์ใกล้เคียงกันกับ SIM2 Max แต่วางน้ำหนักมาช่วยเหลือนักกอล์ฟที่มีปัญหาตีออกขวา ให้สามารถดรอว์ลูกเข้าสู่เป้าหมายได้มากขึ้น</p>
<p>TaylorMade SIM2 วางขายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยไดรเวอร์มีราคาขายชิ้นละ 24,900 บาท รวมถึงยังมาพร้อมกับอุปกรณ์อื่นๆ ในซีรี่ส์อย่างหัวไม้แฟร์เวย์, ไฮบริด และเหล็ก</p>
<p>นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่ม สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์โดยตรงได้ที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัด เบอร์โทรศัพท์ 02-019-9743</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-18498" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/05/DSC_0329.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ครั้งแรกที่ได้เห็นหัวไม้ TaylorMade SIM2 ต้องบอกเลยว่ารู้สึกเหมือนว่าหัวไม้ใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับ SIM รุ่นแรก ซึ่งเป็นเช่นนั้นจริงๆ ในส่วนของหน้าไม้ของ SIM และ SIM Max ที่ใหญ่ขึ้น โดยต้องยอมรับเลยว่าช่วยให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น<br />
จากรุ่นแรกที่ให้ความรู้สึกว่า หัวไม้ผ่านลูกไปเร็วมากในช่วงจังหวะที่อิมแพ็คผ่านลูก ในรุ่นนี้ความรู้สึกนั้นก็ยังอยู่ แต่ในแบบที่รู้สึก &#8220;ควบคุมได้มากขึ้น&#8221; ซึ่งผมมองว่าข้อดีของ SIM2 ที่เห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นแรก<br />
ขณะที่หลังนำไปทดสอบใช้ตีจริงในสนาม ผมมองว่า SIM2 ให้ความรู้สึกที่ลูกพุ่งทะลุทะลวงมากกว่าเดิม สปินต่ำขึ้น ลูกตกแล้ววิ่งมากขึ้น และที่สำคัญคือ ฟีลลิ่งนุ่มแน่นกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นแรก<br />
หัวไม้จาก TaylorMade ยังคงตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักกอล์ฟเสมอ และตอกย้ำอีกครั้งด้วย SIM2 รุ่นนี้ อยากให้นักกอล์ฟได้ทดสอบจริงๆ ครับ สำหรับผมแล้ว SIM2 เป็นไดรเวอร์ที่ครบเครื่องในทุกด้าน ท้้งการสร้างระยะทาง, การชดเชยความผิดพลาด และในรุ่นนี้ยังมาพร้อมฟีลลิ่งที่ดีขึ้น แถมให้ความมั่นใจที่มากขึ้นกว่าเดิม แค่นี้ก็มากเกินพอแล้วว่าทำไมไดรเวอร์ TaylorMade SIM2 ถึงเป็นรุ่นที่ต้องหามาทดสอบให้ได้ของปี 2021 นี้</p>
<p><em>**สั่งซื้อไดรเวอร์ TaylorMade SIM2 สินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6320/">รีวิวไม้กอล์ฟ : TaylorMade SIM2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวไม้กอล์ฟ : Fourteen RM4</title>
		<link>https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6317/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Atapon]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 08:02:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/?p=6317</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นแบรนด์ที่มีจุดเด่นเรื่องเวดจ์ที่นักกอล์ฟชาวไทยรู้ถึงสรรพคุณกันเป็นอย่างดี สำหรับ &#8220;Fourteen&#8221; ที่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมา นั่นคือรุ่น &#8220;RM4&#8221; ตระกูลเวดจ์ RM ถือเป็นซีรี่ส์ที่ Fourteen เดินหน้าพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรุ่น RM4 นี้ที่มีการพัฒนาที่ถือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญ ด้วยเทคโนโลยีใหม่เอี่ยมที่นำมาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรก นั่นคือ STEP BLADE design STEP BLADE design เป็นดีไซน์ส่วนหลังใบเวดจ์แบบใหม่ ด้วยการออกแบบหลังใบด้านบนให้มีขนาดความหนาที่แตกต่างระหว่างฝั่งโคนและปลายใบ เพื่อวางจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันและเหมาะสมในเวดจ์แต่ละองศา แบ่งตามรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้ง่ายต่อการเล่น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการคอนโทรลสปิน และฟีลลิ่งที่ดียิ่งขึ้นในจังหวะอิมแพ็คลูก แบ่งเป็นเวดจ์ตั้งแต่ 46-54 องศา ส่วนปลายใบจะหนากว่า เพื่อช่วยให้ตีลูกโดนกลางหน้าไม้มากขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นช็อตแอพโพรชแบบตีเต็มวง ส่วนเวดจ์ตั้งแต่ 56-60 องศา ส่วนโคนจะหนากว่า เพื่อช่วยให้นักกอล์ฟสามารถคอนโทรลการเล่นได้มากขึ้น และให้ฟีลลิ่งสัมผัสที่ดียิ่งขึ้นด้วย รวมถึงในเวดจ์ 56-60 องศาจะยิ่งละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ เมื่อมีรูปแบบการเจียรฐานให้เลือก 2 แบบ ระหว่าง S (Standard) Sole ฐานแบบเต็มเน้นเล่นง่าย ให้การตีผ่านที่นุ่มนวล และ H[...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6317/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Fourteen RM4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-17470" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/03/HG_Recommened-600x400-1.jpg" alt="" width="601" height="401" /></p>
<p><strong>ถือเป็นแบรนด์ที่มีจุดเด่นเรื่องเวดจ์ที่นักกอล์ฟชาวไทยรู้ถึงสรรพคุณกันเป็นอย่างดี สำหรับ &#8220;Fourteen&#8221; ที่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมา นั่นคือรุ่น &#8220;RM4&#8221;</strong></p>
<p>ตระกูลเวดจ์ RM ถือเป็นซีรี่ส์ที่ Fourteen เดินหน้าพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรุ่น RM4 นี้ที่มีการพัฒนาที่ถือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญ ด้วยเทคโนโลยีใหม่เอี่ยมที่นำมาใช้กับรุ่นนี้เป็นครั้งแรก นั่นคือ STEP BLADE design</p>
<p>STEP BLADE design เป็นดีไซน์ส่วนหลังใบเวดจ์แบบใหม่ ด้วยการออกแบบหลังใบด้านบนให้มีขนาดความหนาที่แตกต่างระหว่างฝั่งโคนและปลายใบ เพื่อวางจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันและเหมาะสมในเวดจ์แต่ละองศา แบ่งตามรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้ง่ายต่อการเล่น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการคอนโทรลสปิน และฟีลลิ่งที่ดียิ่งขึ้นในจังหวะอิมแพ็คลูก</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-17473" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/03/DSC_9266.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>แบ่งเป็นเวดจ์ตั้งแต่ 46-54 องศา ส่วนปลายใบจะหนากว่า เพื่อช่วยให้ตีลูกโดนกลางหน้าไม้มากขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นช็อตแอพโพรชแบบตีเต็มวง ส่วนเวดจ์ตั้งแต่ 56-60 องศา ส่วนโคนจะหนากว่า เพื่อช่วยให้นักกอล์ฟสามารถคอนโทรลการเล่นได้มากขึ้น และให้ฟีลลิ่งสัมผัสที่ดียิ่งขึ้นด้วย รวมถึงในเวดจ์ 56-60 องศาจะยิ่งละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ เมื่อมีรูปแบบการเจียรฐานให้เลือก 2 แบบ ระหว่าง S (Standard) Sole ฐานแบบเต็มเน้นเล่นง่าย ให้การตีผ่านที่นุ่มนวล และ H (Hill) Sole ฐานที่โค้งมนกว่า เอื้อให้เล่นแบบแต่งช็อตเปิด-ปิดหน้าไม้ได้ตามต้องการ</p>
<p>นอกจากนี้ STEP BLADE design แล้ว ใน RM4 ยังคงต่อยอด Reverse Taper Blade design ด้วยเช่นกัน ด้วยดีไซน์ที่ไล่ระดับความหนา-บาง จากส่วนบนของใบไปยังจุดกึ่งกลางใบที่บางที่สุด เพื่อช่วยให้สามารถจัดวางน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยดีไซน์ที่ละเอียดซับซ้อนนี้ ทำให้ Fourteen ต้องใช้เครื่อง CNC milling ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำสูงมาใช้ในการผลิต นั่นก็เพื่อให้เวดจ์ทำหน้าที่ตามที่ออกแบบมาได้ดีที่สุด ช่วยให้ใบเวดจ์ส่งลูกเข้าหาเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในทุกช็อต</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-17472" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/03/DSC_9263.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p>อีกหนึ่งจุดที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ร่องหน้าเวดจ์ ที่ถูกดีไซน์ให้สามารถเล่นช็อตได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพอากาศ เสริมด้วยขั้นตอนการผลิตแบบ mirror milled face ที่ใช้เวลาในการผลิตเพิ่มเป็นสองเท่าจากขั้นตอนการมิลล์แบบปกติ โดยที่ทุกร่องจะถูกเซาะแยกแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพื่อให้ทุกร่องสามารถสร้างสปินได้สูงสุด และมีความแม่นยำมากที่สุด</p>
<p>เวดจ์ Fourteen RM4 มีราคาขายที่ชิ้นละ 6,320 บาท มาพร้อมก้าน NS.Pro TS-101w ที่ดีไซน์มาเพื่อเวดจ์โดยเฉพาะ โดยให้ความสำคัญกับน้ำหนักที่สมดุล ไม่หนักหรือเบาเกินไป เพื่อให้สามารถใช้งานได้กับนักกอล์ฟทุกระดับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่ บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-056-1880</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-17471" src="https://www.hotgolfclub.com/wp-content/uploads/2021/03/DSC_9261.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p><strong>Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf</strong><br />
ต้องบอกว่าเวดจ์จาก Fourteen เป็นเวดจ์รุ่นที่ได้หยิบมาลองทีไรก็ประทับใจกับเรื่องสปินที่ได้ทุกครั้ง แต่กับรุ่น RM4 ความประทับใจแรกที่เห็น ต้องบอกเลยว่า หน้าตาดูทันสมัยฉีกลุคเดิมของแบรนด์ไปเยอะทีเดียว<br />
จากการทดสอบ จุดเด่นแรกของเวดจ์ RM4 ที่ต้องบอกเลยคือ ใบเวดจ์ที่ใหญ่ แต่ไม่ดูเทอะทะ ช่วยให้จรดลูกแล้วมั่นใจมากขึ้น ทั้งการเล็งลูกและเล็งทิศทาง ส่วนความรู้สึกหลังจากที่ได้ใช้คือ เข้าสอดลูกได้ดีมากในทุกไลการเล่น แม้จะเป็นไลหญ้าเตียนที่เล่นยากก็ตาม รวมถึงสิ่งสำคัญคือความแน่นอน ด้วยเทคโนโลยีด้านน้ำหนักที่จัดวางมา ทำให้สแควร์ลูกเข้าหาเป้าหมายได้แม่นยำกว่าเดิมเยอะเลย<br />
ส่วนอีกหนึ่งจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ และยังคงเป็นจุดเด่นของเวดจ์ Fourteen เหมือนเดิมเสมอมา นั่นคือ การกัดลูกที่ให้สปินดีมาก ช่วยให้เล่นลูกข้างกรีนแล้วมั่นใจขึ้นเยอะ เรียกว่ารอยถลอกของลูกนี่เป็นคำตอบของประสิทธิภาพในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี<br />
สรุปแล้วบอกได้เลยว่าเวดจ์ Fourteen RM4 เป็นเวดจ์รุ่นที่ผมชอบมากๆ ใช้แล้วเล่นช็อตข้างกรีนมั่นใจขึ้นเยอะ แนะนำเลยครับสำหรับนักกอล์ฟที่อยากมีเกมข้างกรีนที่ดีขึ้น รุ่นนี้ใช่เลยครับ</p>
<p><em>**สั่งซื้อเวดจ์ Fourteen RM4 รวมถึงสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf">https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/6317/">รีวิวไม้กอล์ฟ : Fourteen RM4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://hotgolfclub.com/hotgolfshop">HotGolf Shop</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
